แมนยู สลดบ่อนเปิดหงส์เป็นต่อทั้งที่มาเยือนครั้งแรกในรอบ27ปี

แมนยู

   ปกติเกมแดงเดือดก็มักจะมีประเด็นให้จับตามองกันอย่างมากมายอยู่แล้ว แต่การพบกันระหว่างแมนยูฯและลิเวอร์พูลในสุดสัปดาห์นี้กำลังจะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ในวงการพนันเมืองผู้ดี เมื่อเว็บพนันในอังกฤษต่างพร้อมกันเปิดราคาให้หงส์ที่เป็นฝ่ายมาเยือนเป็นต่อเจ้าบ้านปีศาจแดง ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก หรืออีกนัยนึงเท่ากับว่านับตั้งแต่ลีกฟุตบอลของประเทศอังกฤษเปลี่ยนชื่อในปี1992อันเป็นเวลากว่า27ปีลิเวอร์พูลไม่ได้เคยได้รับความเชื่อมั่นว่าจะบุกสร้างความกดดันให้กับอสูรแดงได้ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้เลย

   โดยหากเปรียบเทียบเมื่อการพบกันในครั้งก่อนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ลิเวอร์พูลก็ยังทำผลงานได้ดีและอันดับในตารางที่สูงกว่าแต่บรรดาบ่อนพนันก็ยังเปิดราคาให้ทีมหงส์แดงเป็นรองที่6/5(วางเดิมพัน5ได้รับรางวัล6)ในขณะที่เกมวันอาทิตย์ที่20ต.ค.นี้ลิเวอร์พูลถูกยกราคาให้เป็น4/5(วางเดิมพัน5ได้รับรางวัล4)อันสะท้อนให้เห็นแล้วว่าบรรดาบ่อนทั้งหลายในอังกฤษต่างยอมรับร่วมกันแล้วว่าลิเวอร์พูลในยุคนี้อยู่เหนือปีศาจแดงอย่างเด็ดขาด ซ้ำร้ายยังได้มีการเปิดเผยถึงอัตราการลดเงินรางวัลสำหรับการตกชั้นของปีศาจแดง(สะท้อนว่าบ่อนพนันเชื่อว่าโอกาสที่แมนยูฯจะตกชั้นนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้)เป็น50/1 (วางเดิมพัน1ได้รับรางวัล50)ทั้งที่ก่อนเปิดฤดูกาลอัตราต่อรองอยู่ที่2,000/1(วางเดิมพัน1ได้รับรางวัล2,000)

แมนยู สภาพทีมพิการหนักมากเป็นเหตุบ่อนเทใจไปถือหางลิเวอร์พูล

   ทั้งที่ผลงานก่อนหน้าของปีศาจแดงก็เป็นรองลิเวอร์พูลผู้มาเยือนอยู่เป็นทุนแล้ว โดยสถิติการทำประตูของเจ้าบ้านที่ในปีนี้ยิงประตูได้ไม่เกินแม็ตซ์ละหนึ่งลูกเท่านั้นตลอด7เกมหลังสุดของในพรีเมียร์ลีก(8นัดยิง9ประตู) ในขณะที่ลิเวอร์พูลมีค่าเฉลี่ยการยิงประตูที่มากกว่าถึงสองเท่า(8นัดยิง20ประตู) และนอกจากเกมรุกจะดุไม่เท่าแล้วอสูรแดงยังมาเสียจอมหนึบอย่างดาบิด เด เคอาที่เจ็บจากการรับใช้ทีมชาติสเปนอีกต่างหาก นั่นเท่ากับว่าโซลชาจะขาดผู้เล่นตัวหลักในแทบจะทุกตำแหน่งเลยทีเดียว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปีศาจไม่มีทั้งปอล ป็อกบา,ลุค ชอร์,วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ,ฟิล โจนส์ และอารอน วาน-บิสซาก้าที่ยังไม่พร้อมลงสนามด้วยกันทั้งหมด  และส่งผลให้บ่อนพนันทั้งหลายไม่เชื่อน้ำยาว่าแมนยูฯจะต้านทานเกมรุกอันสุดสะเด่าของลูกทีมเจอร์เกน คล็อปป์ได้อย่างแน่นอน

เมอร์เท่นส์ ยันไม่คิดหนีเนเปิลส์จะอยู่ต่อจนกว่าจะได้แชมป์

เมอร์เท่นส์

    ดรีส์ เมอร์เท่นส์แนวรุกดีกรีทีมชาติเบลเยี่ยมได้ประกาศต่อหน้าธารกำนัลว่าพร้อมจะยืดสัญญากับทีมนาโปลีออกไปอย่างแน่นอนหากว่ามีข้อเสนอเข้ามาให้พิจารณา ทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่าเค้าไม่คิดจะย้ายไปไหนทั้งนั้นตราบที่ยังไม่สามารถพาทีมอัตซูร่าคว้าแชมป์กัลโช่ฯให้ได้เสียก่อน

   “ ผมยังอยากเล่นให้นาโปลีต่อไปเรื่อยๆ แน่นอนการที่สัญญาผมใกล้จะหมดในอีกไม่กี่เดือนมันทำให้นักข่าวอิตาลี่มีประเด็นให้เขียนกันอย่างสนุกสนาน แต่มันไม่มีความหมายกับผม ผมโฟกัสเพียงการทำผลงานให้ดีเท่านั้น ปีนี้เราได้ผู้เล่นดีๆมาหลายคน แน่นอนว่าเราอยากชนะให้มากที่สุด และเราอยากคว้าแชมป์ลีก มันรู้สึกฮึกเหิมเมื่อเราสู้กับยูเวนตุสได้อย่างสนุก(นาโปลีแพ้3-4)แม้ว่าเราจะไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ แต่มันยังมีแต้มให้เราเก็บอีกมากและนาโปลีจะไม่ถอดใจ ผมยังเชื่อมั่นว่าผมจะได้เป็นแชมป์ลีกกับนาโปลีซักครั้ง ไม่ว่ามันจะเป็นเมื่อไหร่ขอแค่ผมยังไหวผมจะอยู่รอวันนั้น ” เมอร์เท่นส์กล่าวอย่างมุ่งมั่นแม้ว่าสัญญากับนาโปลีจะกำลังหมดลงในอีกไม่กี่เดือน(มิถุนายน2020)ก็ตาม

เมอร์เท่นส์ เบ่งอายุเท่าไหร่ก็ช่างแต่ยังฟิตปั๋งพร้อมทำผลงาน

    แม้อายุจะเข้าสู่วัย32กะรัต ทว่าดรีส์ เมอร์เท่นส์ก็ยังเชื่อมั่นว่าสภาพร่างกายยังสมบูรณ์และจะเป็นประโยชน์ต่อนาโปลีอย่างแน่นอน “ ผมยังรู้สึกแข็งแรงดี แข้งขาผมก็ยังตอบสนองได้เต็มที่ ถ้าจะบอกว่าผมไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นนักเตะอายุ32เลยคุณก็อาจจะคิดว่าผมโม้ แต่มันคือเรื่องจริง ผมยังสามารถเล่นฟุตบอลในระดับสูงกับนาโปลีได้อีกนาน ”

    โดยนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมนาโปลีในปี2013 ดรีส์ เมอร์เท่นส์ซัดไปแล้ว114ประตู ชนิดที่เรียกว่ามีโอกาสสูงที่จะทำสถิติยิงประตูแซงหน้าตำนานของทีมอย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า “ การเปรียบเทียบสถิติกับมาราโดน่าเป็นอะไรที่ทำให้ผมภาคภูมิใจ เค้าคือพระเจ้าของแฟนบอลอัตซูร่า แต่ผมคงยินดีได้ไม่เต็มภาคภูมิหรอกหากยังไม่สามารถพานาโปลีคว้าแชมป์กัลโช่ นั่นต่างหากที่สำคัญกว่าเรื่องการทำลายสถิติ ผมอยากฉลองแชมป์ลีกกับแฟนบอลของเรา ” โดยดรีส์ เมอร์เท่นส์เคยได้แชมป์โคปา อิตาเรีย และซุปเปอร์โคปา อิตาเรียกับนาโปลีมาแล้วอย่างละสมัย ทว่าความหวังสูงสุดของปีกตัวจี๊ดรายนี้ก็ยังคงเป็นการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอาให้สำเร็จซักครั้งในช่วงชีวิตการค้าแข้ง

เปเป้ ยังเทพได้กว่านี้เอเมรี่วอนแฟนปืนเข้าใจและอดทนอีกนิด

เปเป้

     ในบรรดาผู้เล่นใหม่ของอาร์เซนอล นิโกล่า เปเป้จัดว่าเป็นผู้เล่นที่กำลังอยู่ในภาวะกดดันมากกว่าเพื่อนเนื่องจากเจ้าตัวย้ายทีมมาด้วยค่าตัวมหาศาล(67.5ล้านปอนด์)แต่ทว่าผลงานเป็นชิ้นเป็นอันแบบจับต้องได้ยังไม่มี ร้อนให้เจ้านายอย่างอูไน เอเมรี่ต้องออกมาปกป้องเป็นการด่วน

     “ มีคนบอกว่าเปเป้กำลังอยู่ในสถานการณ์กดดันซึ่งผมเห็น ด้วยไม่ว่าจะเป็นเปเป้หรือใครๆ เมื่อคุณเล่นให้ทีมอาเซนอล ความกดดันย่อมรายล้อมคุณ ต่อให้เป็นโอบาเมยองที่ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำแต่ทุกครั้งที่ได้ลงสนามผมว่าเค้าก็ยังได้รับความกดดันไม่แพ้กันหรอก แต่เปเป้นั้นมันแตกต่างออกไป เค้าแข็งแกร่งพอ เค้ามีคุณสมบัติที่จะสร้างความแตกต่างนั่นคือเหตุผลที่เค้าได้มาอยู่กับเรา แต่สำหรับนักเตะที่ย้ายมาอังกฤษในปีแรกมันไม่มีอะไรง่าย เปเป้ก็รับรู้แต่เค้าก็ยังตัดสินใจมาอยู่กับอาร์เซนอล สิ่งนี้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเค้ามีจิตใจเข็มแข็ง และเค้าจะกลายเป็นที่รักของแฟนบอลในไม่ช้า ” เอเมรี่ช่วยลดความกดดันที่มายังเปเป้

คีโอห์นหนุนยังเร็วไปที่บอกว่าแป้กแต่ยอมรับว่า เปเป้ ยังไม่นิ่งพอ

    มาติน คีโอห์นอดีตกองหลังของอาเซนอลยุค90ได้ออกมาพูดถึงฟอร์มการเล่นของเปเป้เช่นกัน “ เค้า(เปเป้)เริ่มต้นกับอาร์เซนอลได้อย่างดี ถ้าจำนวนประตูและแอสซิสต์จากเค้ามาไวกว่านี้ อะไรๆก็น่าจะลงตัวกว่านี้ แต่เมื่อเปเป้ได้ลงเล่นต่อเนื่องแต่กลับยังไม่มีผลงาน มันก็กลายเค้ามีความกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ มันชัดเจนว่าเปเป้ยังไม่ลงตัว เค้าจำเป็นต้องทำสกอร์จากการเล่นแบบโอเพ่นเพลย์(เปเป้ยิงประตูแรกด้วยการสังหารจุดโทษ) แต่ก็ต้องบอกตรงๆว่าเค้ามีแววหลายอย่างที่น่ากลัว เช่น การเลี้ยงผ่านผู้เล่น่ฝ่ายตรงข้ามแบบดื้อ และความกล้าที่จะพาบอลไปข้างหน้า ซึ่งซีซั่นที่แล้วเรา(อาร์เซนอล)ขาดแคลนผู้เล่นประเภทนี้ ”

   “ ผมยังเอาใจช่วยเปเป้นะ การจ่ายค่าตัวนักเตะไปอย่างมหาศาลไม่ได้หมายความแปลว่าเค้าต้องทำแฮตทริกตั้งแต่นัดเปิดตัว อย่างอองรีก่อนที่เค้าจะเป็นตำนานที่นี่เค้าก็ยังต้องใช้เวลาอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นมันด่วนสรุปไปมากถ้าตัดสินใจเปเป้ว่าไม่ดีพอ เค้ายังอาจต้องการเวลาอีกซักเล็กน้อย เราคงต้องดูกันต่อไป ” มาติน คีโอห์นแข้งรุ่นใหญ่ของทีมปืนโตขอความเห็นใจให้เปเป้

ลิเวอร์พูล อาจถึงอลาริโอ้หอกห้างยาเติมกระสุนเพิ่มมิติใหม่เกมรุก

ลิเวอร์พูล

    ลิเวอร์พูลยังคงนำเป็นจ่าฝูงต่อไปหลังจากเกมการแข่งขันนัดที่7ของพรีเมียร์ลีก ภายหลังจากเอาชนะเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดไปได้1-0 แม้ว่าเกมนี้แนวรุกสามประสานอย่างซาดิโอ มาเน่,โมฮัมเหม็ด ซาล่า และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่จะเล่นไม่ออกเลยก็ตาม อย่างไรก็ดีสำหรับกุนซือสมองเพชรระดับเจอร์เกน คล็อปป์ย่อมเล็งเห็นแล้วว่าหงส์แดงจำเป็นต้องเพิ่มการเข้าทำให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อจะรับมือกับแท็กติกอุดแหลกของคู่แข่งในบางโอกาส และนั่นหมายถึงชาวเดอะค็อปอาจจะได้กองหน้าคนใหม่นามว่า ลูคัส อลาริโอ้มาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

    แม้สามประสานของหงส์แดงที่ประกอบด้วยซาดิโอ มาเน่,โมฮัมเหม็ด ซาล่า และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่จะได้รับการยกย่องว่าเป็นแนวรุกที่อันตรายที่สุดในพรีเมียร์ลีก ทว่าในเกมที่พวกเค้าต้องลงเล่นกับทีมดาบคู่(ฉายาของเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด)ปรากฎว่าพวกเค้าต่างโดนสกัดกั้นจนไม่สามารถเล่นได้อย่างถนัด จุดนี้เองที่ทำให้เจอร์เกน คล็อปป์ได้ฉุกคิดว่าพวกเค้าจำเป็นต้องมีกองหน้าประเภทที่มักอยู่ถูกที่ถูกเวลา และใช้โอกาสไม่เปลืองมาเพิ่มเป็นทางเลือกหากยังหวังที่จะลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และลูคัส อลาริโอ้กองหน้าของไบเออร์ เลเวอคูเซ่นก็เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์มีคุณสมบัติตามที่กุนซือชาวเยอรมันต้องการอย่างครบถ้วน

อลาริโอ้คู่ควรทั้งสไตล์การเล่นทั้งเป็นสาวก  ลิเวอร์พูล มาแต่เดิม

    ลูคัส อลาริโอ้มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่สมัยค้าแข้งในบ้านเกิดกับริเวอร์เพลท เนื่องจากเค้ายิงไปถึง33ประตูและทำอีก10แอสซิสต์จากการลงเล่น74แม็ตซ์ จนนำพาให้ทีมห้างขายยาแห่งเมืองเบียร์กระชากตัวมาร่วมทีมในปี2017 จากนั้นเจ้าตัวก็ใช้เวลาปรับตัวในบุนเดสลีก้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะกลายเป็นกำลังสำคัญของไบเออร์ เลเวอคูเซ่นในที่สุด โดยดาวยิงวัย26ปีมีสัญชาตญาณการทำประตูอย่างเป็นธรรมชาติ และมักอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ จนทำให้ปัจจุบันอลาริโอ้ยิงประตูมาแล้ว25ประตูและทำทางอีก9แอสซิสต์จากการลงสนาม69เกม และกำลังตกเป็นเป้าหมายที่ลิเวอร์ต้องการตัว

   อีกทั้งตัวอลาริโอ้เองก็ดูจะมีใจชอบพอหงส์แดงอยู่แต่เดิม เพราะสมัยที่ยังค้าแข้งกับริเวอร์เพลท เจ้าตัวก็เอ่ยออกมาโปรยสเน่ห์ให้กับลิเวอร์พูลมาแล้วด้วยการประกาศว่าหากวันใดที่มีโอกาสเลือกมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเค้าจะขอลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลเพียงทีมเดียวเท่านั้น ทั้งยังกล่าวติดตลกว่าเวลาเล่นเกมฟีฟ่าเค้าก็เลือกเล่นแต่ทีมลิเวอร์พูลตลอดมาอีกต่างหาก

สเปอร์ส ลาคาราบาคัพก่อนเพื่อนแพ้ดวลโทษโคลเชสเตอร์ทีมลีกทู

สเปอร์ส

    ชักไม่สวยแล้วสำหรับผลงานของสเปอร์สที่สามเกมหลังสุดพวกเค้าไม่ชนะใครเลย เริ่มตั้งแต่เสมอโอลิมเปียกอส2-2(ศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก),แพ้เลสเตอร์1-2 (พรีเมียร์ลีก)และตามมาด้วยการเสมอโคลเชสเตอร์แบบโนสกอร์(0-0)ก่อนจะพ่ายการยิงลูกจุดโทษไป3-4(คาราบาวคัพ)จนนำพาให้สาวกไก่ชักไม่ปลื้มเสียแล้ว เนื่องจากความพ่ายแพ้เกมหลังสุดเป็นการพ่ายแพ้ให้กับทีมในระดับลีกทูซึ่งห่างกันถึงสามดิวิชั่น และเมาริซิโอ โปรเชตติโน่ก็กำลังมึนอย่างหนักกับผลงานอันตกต่ำของลูกทีม

   สเปอร์สปรับทัพหลายตำแหน่งแต่ก็ยังมีผู้เล่นที่มีชื่อชั้นอย่าง เอริต ไดเออร์,ดาวิซอน ซานเชส,ลูคัส มูร่า,เดเล่ อัลลี่ และวิคเตอร์ วัลยาม่า ซึ่งก็น่าจะดีพอที่จะเอาชนะโคลเชสเตอร์ได้สบายๆทว่าไก่เดือยทองก็ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสยิงกว่า24ครั้งตลอดเกมให้เป็นประตูได้เลย ทำให้เกมต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษกัน ซึ่งคริสเตียน เอริคเซ่น และลูคัส มูร่าที่ยิงพลาดจนทำให้ทีมจากลีกทูเอาชนะในการดวลเป้า4-3 กลายเป็นทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์ทีมแรกที่ตกรอบคาราบาวคัพในซีซั่น

โปรเชตติโน่ไบ้รับประทาน สเปอร์ส ฝืดโครตปิดเกมไม่ได้จนตกม้าตายเอง

    เมาริซิโอ โปรเชตติโน่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่าเค้าพูดไม่ออกเลยกับผลงานของลูกทีมในวันนี้ “ ผมพยายามหาคำอธิบายว่าการมีโอกาสยิงมากกว่า20กว่าครั้งแต่ไม่เป็นประตูมันมาจากอะไร ผมก็ยังหาคำตอบไม่เจอเหมือนกัน เราเคยเฉียบคมกว่านี้ เราคงต้องทบทวนเรื่องแรงกระตุ้นกันใหม่ ต้องขอยกเครดิตให้กับโคลเชสเตอร์ด้วย พวกเค้าสู้ได้ดี พวกเค้ารักษาโอกาสไว้เพื่อรอถึงการดวลจุดโทษ แล้วพวกคุณก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เราคงต้องลืมความพ่ายแพ้ในวันนี้เพื่อกลับมาสู้ต่อในรายการอื่นๆที่เหลือ เวลาของเราในคาราบาวคัพจบไปแล้ว ”

   ซีซั่นนี้สเปอร์สได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นตัวทรอดแทรกในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ทว่าเอาเข้าจริงทัพไก่เดือยทองกลับไม่สม่ำเสมอพอ ด้วยผลงานการชนะ2เสมอ2และแพ้2 รั้งเพียงอันดับ7ของตารางเท่านั้น โดยกูรูลูกหนังต่างลงความเห็นว่าสเปอร์สจัดการเรื่องการซื้อเข้าขายออกผู้เล่นได้อย่างหละหลวมเมื่อพวกเค้าปล่อยตัวคีแรน ทริปเปียร์ออกไปทั้งที่ยังไม่มีใครแทนได้ ทำให้เกมรับฝั่งขวากลายเป็นปัญหาไป รวมไปถึงการไม่สามารถดึงผู้เล่นสตาร์เข้ามาร่วมทีมจนทำให้จอมทัพอย่างคริสเตียน เอริคเซ่นก็ส่อแววจะอำลาทีมไปอีกคน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ส่งผลโดยตรงกับความคงเส้นคงวาของสเปร์สในปีนี้

รีลมาดริด ฟอร์มเเย่!!ซีดานอาจกำลังคิดหรือเป็นเราที่อาจต้องอำลาชุดขาวก่อนเบล?

รีลมาดริด

   บางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกกับคุณ! นี่คือสิ่งที่แกเร็ธ เบลบอกกับตัวเองในช่วงปรีซีซั่นที่เค้าต้องโดนเทรนเนอร์ซีนาดีน ซีดานกดดันให้ย้ายทีมออกไป แต่ปีกชาวเวลส์เหมือนชะตายังไม่ถึงฆาตเมื่อไม่มีทีมไหนที่สามารถแบกค่าเหนื่อยอันมหาศาลของเค้าได้เลยและนั่นทำให้เบลยังคงอยู่ยงคงกระพันกับรีลมาดริดต่อไปแม้ความเหม็นขี้หน้าระหว่างเจ้านาย(ซีดาน)จะยังไม่หายไป ทว่าหลังเปิดฤดูกาลมาได้เพียงไม่ครบสองเดือนดูเหมือนว่ากระแสจะย้อนกลับไปหาตัวซีดานเองซะแล้ว เมื่อเค้าพาทีมบุกไปพ่ายปารีส แซงต์ แชร์กแมงอย่างหมดรูป0-3 ตามมาด้วยกระแสเรียกร้องให้ซีดานลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม

    หากบอกว่าสกอร์0-3มันอับอายจนรับไม่ไหวแล้วละก็ บอกได้เลยว่ายัง…ยังเจ็บได้อีก เมื่อเจาะลงไปในรายละเอียดของเกมนี้ที่ราชันย์ชุดขาวมีโอกาสยิง8ครั้งและพวกเค้ายิงไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตรงนี้ทำให้แฟนบอลรีลมาดริดแทบจะขยี้ตาครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อมองจำนวนการยิงเข้ากรอบจากแม๊ตซ์อัปยศที่มันลงเอยด้วยเลข0 ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับทีมที่มีนักเตะซุปเปอร์สตาร์ล้นทีม อาทิ แกเร็ธ เบล,เอแด็น อาซาร์,คาริม เบนเซม่า,ฮาเมส โรดริเกซ หรือโทนี่ โครส นี่มันเป็นการส่งสัญญาณของนักเตะหรือเปล่า? พวกเค้าไม่มีความสุขกับเกมการเล่น? พวกเค้าไม่เข้าใจแท็กติก? หรือพวกเค้าไม่อยากลงเล่นให้กับซีดานอีกแล้ว?

รีลมาดริด น่าอาย!แม็ตซ์แรกในรอบ578เกมที่ยิงไม่เข้ากรอบเลย

  เมื่อย้อนกลับไปดูสถิติเก่าๆ ก็ยิ่งเจ็บปวดเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบ578เกมที่รีล มาดริดลงเอยด้วยการยิงเข้ากรอบเป็นศูนย์ ซึ่งแฟนบอลยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทั้งแนวรุกมีทั้ง อาซาร์,เบล และเบนเซม่าแต่ทำไมถึงสร้างโอกาสกันไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน และนั่นทำให้ซีดานต้องเจอกับสถานการณ์เก้าอี้ร้อน(มีโอกาสจะโดนไล่ออก)อย่างเลี่ยงไม่ได้

     โดยแฟนบอลบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่านักเตะในทีมอาจไม่ปลื้มที่จะลงเล่นให้ซีนาดีน ซีดานแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากพวกเค้ามองว่าเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสนั้นแข็งกร้าวเกินไปจนหลายครั้งมันกระทบกระเทือนกับสปริริตในทีม ยกตัวอย่างเช่น การพยายามตัดแกเร็ธ เบลอออกจากสารบบของทีม หรือการบอกกับต้นสังกัดว่าไม่อยากใช้งานลูก้า โยวิชทั้งๆที่ฟรอเลนติโน่ เปเลซเพิ่งจะซื้อตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวมหาศาล(60ล้านยูโร)ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้นักเตะมองว่าซีดานหยิ่งผยองเกินกว่าที่พวกเค้าจะยอมถวายงานรับใช้นั่นเอง

แมนซิตี้ ชวดใช้ลาป๊อร์กยันปีหน้าใจชื้นใกล้วาระเมนดี้คืนสนาม

แมนซิตี้

   ทั้งที่อยู่ในช่วงต้นซีซั่นแท้ๆทว่าแมนซิตี้กลับประสบปัญหาในแนวรับเสียก่อนใครเพื่อนเมื่อเอเมริค ลาป๊อร์กแนวรับตัวแกร่งได้รับบาดเจ็บหนักที่บริเวณหัวเข่าจนอดช่วยทีมอย่างน้อย5เดือน โดยก่อนหน้านี้จอห์น สโตนแนวรับตัวทีมชาติอังกฤษก็มีอาการบาดเจ็บไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งพอลาป๊อร์กมาเจ็บเพิ่มก็กลายเป็นที่น่าห่วงว่าผลงานของทีมตราเรือใบจะขาดตอนหรือไม่เมื่อพวกเค้ากำลังหวังไล่ทวงบัลลังก์จ่าฝูงคืนจากลิเวอร์พูล(ตามหลังอยู่2แต้ม)

   กระนั้นเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ยังมองโลกในแง่ดีกับสถานการณ์ที่ต้องขาดแนวรับตัวหลักไปอีกหนึ่งราย “ โชคร้ายสำหรับเอเมริคเค้ากำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี เราพยายามมองโลกในแง่ดีที่เค้าผ่านการผ่าตัดหัวเข่ามาแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และลาป๊อร์กก็ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เค้าต้องพักฝื้นอีกอย่างนานผมคิดว่าเราน่าจะได้ใช้งานเค้าอีกทีก็คงปีหน้าเลย(คาดการว่าต้องพักราว5-6เดือน) แต่เมนดี้กำลังกลับมาซ้อมได้ในอีกราว2สัปดาห์ มันเป็นข่าวดี ”

เป๊ปยังเชื่อลูกทีม แมนซิตี้ ฟอร์มไม่ตกแม้ต้องปรับแนวรับขนานใหญ่

   ในแม็ตซ์ล่าสุดเป๊ป กวาร์ดิโอล่าขาดแคลนกองหลังอย่างหนักเนื่องจากจอห์น สโตนก็ยังไม่สมบูรณ์ทำให้ต้องปรับแฟนันดินโญ่กองกลางตัวรับลงไปยืนเป็นกองหลังแทน ซึ่งคาดการว่าโปรแกรมพรีเมียร์ลีกนัดถัดไปที่แมนซิตี้ต้องบุกไปเยือนนอริสพวกเค้าก็ยังต้องใช้แฟนันดินโญ่ยืนหลังต่อไป “ ผมชอบแนวทางการเล่นที่ยืดหยุ่นและลูกทีมของผมก็มีศักยภาพที่จะจัดการเรื่องนี้ อย่างแฟนันดินโญ่ก็ทำผลงานได้ดีในเกมที่แล้ว เค้าช่วยให้เราเก็บคลีนชีต ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องผู้เล่น แต่ผมคิดว่าแมนซิตี้จะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ”

   อย่างไรก็ตามเป๊ป กวาร์ดิโอล่าขึ้นชื่อว่ามีแนวคิดที่แปลกแหวกแนวอย่างมาก ทำให้คาดเดาไม่ออกเหมือนกันว่าเทรนเนอร์ชาวสเปนจะจัดการกับวิกฤตการณ์นี้อย่างไร เพราะในรายของไคล วอคเกอร์ที่เป็นแบ๊คขวานั้นก็สามารถหุบมายืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟได้ หรือการจะปรับแฟนันดินโญ่ลงมายืนคุมเกม แต่ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อทีมมากนักเพราะเกมรุกของพวกเค้ากำลังร้อนแรงอย่างมากโดยเฉพาะเควิน เดอ บรอยด์ที่เวลานี้กำลังฟอร์มพีกสุดๆแต่ละนัดมีชอตสวยๆทั้งแอตซิสต์ และยิงประตู จนทำให้แฟนบอลเรือใบไม่ค่อยกังวลกับปัญหาในแนวรับครั้งนี้มากนัก

เบิร์นลี่ย์ ระอาดริงค์วอเตอร์เมาเรื้อนโดนอันธพาลรุมสกรัมอ่วม

เบิร์นลี่ย์

   แค่เพียงเก็บแต้มเพื่อลุ้นอยู่รอดในลีกผู้ดีก็เหนื่อยยากแล้ว ทว่าเบิร์นลี่ย์ยังต้องมาตามแก้ปัญหาให้กับผู้เล่นอย่างแดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์อีกต่างหาก เมื่อกองกลางรายนี้ที่ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในไนคลับเนื่องจากเมาแล้วไปเกาะแกะกับหญิงสาวโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ซึ่งเป็นการสร้างคดีความเป็นครั้งที่สองในรอบหกเดือนหลังจากเคยถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับมาแล้วเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

   แดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์กองกลางประวัติศาสตร์ที่พาทีมเลสเตอร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษในรอบ132ปี(ซีซั่น2015/16)ปัจจุบันยังเป็นนักเตะในกรรมสิทธิของเชลซี ทว่าด้วยการไม่อยู่ในแผนทำทีมของแฟรงค์ แลมพาดก็ส่งผลให้อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ(ติดธง3นัดเท่านั้น)ถูกเบิร์นลี่ย์ยืมตัวมาใช้งานเป็นเวลาครึ่งฤดูกาล แต่นับจนบัดนี้ดริ๊งวอเตอร์ก็ยังไม่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่เกมเดียว ทว่าแทนที่เจ้าตัวจะมุ่งมั่นเพื่อสร้างผลงานในสนามก็กลับกลายเป็นหันมาเพิ่มปัญหาใหม่ให้กับสโมสรแทน หลังจากมีภาพถ่ายดริ๊งวอเตอร์เมาสลบและบนใบหน้าเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำกระจายว่อนไปทั่วโลกไซเบอร์

ดริ๊งวอเตอร์กลาง เบิร์นลี่ย์ เมาแล้วหื่นแทะโลมสาวก่อนโดนการ์ดอัญเชิญออก

   รายงานจากเกาะอังกฤษยืนยันว่าในค่ำคืนหลังจบเกมที่เบิร์นลี่พ่ายต่อลิเวอร์พูลไป0-3 แดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์ผู้ซึ่งใช้เวลาจับเจ่าอยู่ข้างสนามก็รู้สึกเก็บกดจนต้องออกไปตระเวนราตรี และภายหลังจากดื่มจนไร้สติเจ้าตัวก็ได้ก่อเรื่องก่อราวจนโดนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญตัวออก และภายหลังจากผับนี่เองที่กองกลางวัย29ปีโดนอันธพาลกลุ่มใหญ่รุมทำร้ายจนสะบักสะบอม โดยวงในแฉว่าดริ๊งวอเตอร์ได้พยายามเกี้ยวสาวซึ่งเธอมีแฟนแล้ว จนเป็นเหตุให้เกิดการเขม่นกันจนมีการลงไม้ลงมือกันในที่สุด

   หลังเกิดเหตุดริ๊งวอเตอร์ก็สลบไม่ได้สติพร้อมแผลบวมปูดบริเวณใบหน้า ซึ่งก็มีพลเมืองดี(ว่ากันว่าเป็นเพื่อนในทีมเบิร์นลี่ย์นี่แหล่ะ)ได้พาเจ้าตัวขึ้นรถแท็กซี่กลับไป ทว่ายังไงซะเรื่องก็ยังคงแดงอยู่เมื่อมีมือดีนำภาพที่ดริ๊งวอเตอร์นอนสลบพร้อมแผลฟกช้ำบริเวณใบหน้าส่งต่อในโลกโซเชียล จะมีโอกาสสูงมากที่ฌอน ไดซ์จะส่งตัวผู้เล่นคืนกลับไปให้เชลซีก่อนหมดสัญญา เนื่องจากเป็นพฤติกรรมเสื่อมเสียที่แม้จะเพิ่งเกิดกับเบิร์นลี่เป็นหนแรก แต่เจ้าตัวก็เคยโดนลงโทษห้ามขับรถมาแล้วเนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเมาแล้วขับจนประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนในเมืองผู้ดีมาแล้ว

ปารีส ได้อิคาร์ดี้สแตนบายเนย์มาร์ที่ยังไม่ชัวว์ว่าอยู่หรือไป?

ปารีส

   ปารีส แซงต์ แชร์กแมงในที่สุดก็เปิดตัวเมาโร อิคาร์ดี้เป็นแนวรุกคนใหม่เสียทีหลังจากเป็นข่าวกับนักเตะซุปเปอร์สตาร์ไปทั่วตลอดชั่วซัมเมอร์ที่ผ่านมา ว่ากันว่าเหตุผลที่เปเอสเชต้องการกองหน้าอีกซักคนก็เป็นเพราะต้องการเครื่องการันตีว่าทีมจะไม่มีกระทบแม้ว่าเนย์มาร์ชาวบราซิลเลี่ยนจะดื้อดึงไม่ยอมลงเล่นให้กับทีมก็ตาม

  เปเอสเชได้ตัดขาดไม่ให้เนย์มาร์ได้มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ของเปเอสเชเลยนับแต่เปิดฤดูกาลลีกเอิง และถึงเลโอนาร์โด้ผอ.กีฬาหน้าหล่อจะยืนยันมาตลอดว่าดาวเตะแซมบ้าจะยังคงเป็นนักเตะให้กับทีมแชมป์ลีกเอิงต่อไป แต่ทว่าสัญญาณบางอย่างกลับไม่สอดคล้องกับคำพูดเหล่านั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นการไม่ได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของเปเอสเชเลยแต่มีข่าวว่าเนย์มาร์กำลังเดินทางไปรายงานตัวในแคมป์ทีมชาติบราซิล(ปารีสอ้างว่าเจ็บเล่นให้ทีมไม่ได้แต่กลับไปจะได้เก็บตัวกับทีมชาติบราซิล)หรือแม้แต่การดึงโปสเตอร์และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง(กับเนย์มาร์)ออกจากร้านจำหน่ายของที่ระลึกของสโมสรออกทั้งหมด

อิคาร์ดี้รอที่ใช่!คิดมาตลอดว่าจะเซ็นสัญญากับ ปารีส เท่านั้น

   ในขณะที่เมาโร อิคาร์ดี้ก็โดนอินเตอร์ประกาศตัดหางปล่อยวัดมาได้พักใหญ่ จนต้องหาสโมสรใหม่อย่างเร่งด่วนทว่าหัวหอกชาวอาเจนไตน์ก็ไม่ลงเอยกับทีมใดเสียทีกระทั่งมาชูเสื้อกับเปเอสเชในที่สุด “ ผมรู้นานแล้วว่าเวลาของผมกับอินเตอร์หมดลงแล้ว แต่การจะหาสโมสรใหม่สำหรับผมนั้น ต้องเป็นทีมที่ใฝ่หาความสำเร็จ และมีความกระหายในชัยชนะ ซึ่งผมมองไม่เห็นทางเลือกอื่นใดนอกจาปารีส แซงต์ แชร์กแมง ผมเฝ้ารอการจะได้ยิงประตูต่อหน้าแฟนๆในปาร์ค เดส์ แพร็งซ์ มันคงสวยงามอย่างที่สุดเลยทีเดียว ”

   ดีลในการย้ายทีมครั้งนี้เชื่อว่าเปเอสเชได้จ่ายเงินเป็นคำดำเนินการยืมตัวที่5ล้านยูโร ในขณะที่หัวหอกวัย26ปีจะได้รับค่าเหนื่อยราวปีละ10ล้านยูโรซึ่งตัวเลขเหล่านี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยสำหรับทีมอภิมหาเศรษฐีอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง และอิคาร์ดี้ก็จะได้สวมเสื้อหมายเลข18เพื่อนพาทีมคว้าแชมป์แดนน้ำหอมให้ได้อีกสมัย โดยหากว่าเจ้าตัวฟอร์มดีเปเอสเชก็ยังสามารถซื้อขาดอิคาร์ดี้เอามาเป็นกรรมสิทธิได้เลยที่ราคา65ล้านยูโร โดยเมาโร อิคาร์ดี้จัดว่าเป็นหัวหอกแถวหน้าในลีกอิตาลี่เนื่องจากเจ้าตัวปักหลักในแนวรุกของอินเตอร์มิลานมาแล้วถึง6ปี ถ่วงด้วยสถิติลงเล่น219นัด และยิงไป124ประตู

เดมเบเล่ ยังชิลหลังเอเยนต์ยันเองไม่สนเป็นของแถมดีลเนย์มาร์

เดมเบเล่

   หลังจากมีทั้งเรื่องผิดวินัย(หนีซ้อมดื้อๆ)และอาการบาดเจ็บลุมเล้าจนทำให้อุสมาน เดมเบเล่เหมือนจะกลายเป็นส่วนเกินของบาเซโลน่า และมีข่าวว่าทีมดังแห่งคาตาลันพยายามยัดไส้เดมเบเล่เข้าไปในข้อเสนอแลกตัว(พร้อมส่วนต่าง)กับเนย์มาร์เพื่อให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงพิจารณา จนร้อนให้เอเยนต์ส่วนตัวต้องออกมาปกป้องว่าปีกชาวฝรั่งเศสยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเจ้าบุญทุ่มต่อไป

    มุสซ่า ซิสโซโก้ผู้จัดการส่วนตัวของอุสมาน เดมเบเล่ได้ออกมาแถลงถึงโอกาสในการย้ายทีมของอดีตแนวรุกดอร์ทมุนด์ “ อุสมานยังคงมีสัญญากับบาเซโลน่า และมันไม่มีอะไรทั้งนั้น เค้าแค่กำลังพักรักษาอาการบาดเจ็บเพื่อกลับมาช่วยทีม ไม่มีโอกาสหรือเงื่อนไขใดๆเลยที่เค้าจะอำลาคัมป์ นู เพราะอุสมานยังต้องการคว้าแชมป์กับทีมอีกหลายรายการด้วยกัน ” อนึ่งอุสมาน เดมเบเล่ถูกตรวจพบว่ามีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังเอ็นหัวเข่าหลังจบแม็ตซ์ที่บาซ่าบุกไปพ่ายบิลเบา0-1 และทำให้ต้องร้างสนามไปราวหนึ่งเดือน

เนย์มาร์เก้อมีโอกาสไม่น้อยที่จะโดนแช่แข็งอยู่กับเปเอสเชต่อไปหลัง เดมเบเล่ ไม่ย้าย

   ด้วยท่าทีของเดมเบเล่ที่บอกปัดการย้ายออกในทุกกรณีก็ร้อนให้เนย์มาร์ต้องกระวนกระวายต่อไป เนื่องจากบาเซโลน่าไม่มีเงินก้อนใหญ่เพียงพอจะซื้อขาดกองหน้าแซมบ้า เพราะพวกเค้าเพิ่งถลุงเงินไป210ล้านยูโรกับผู้เล่นใหม่ในซีซั่นนี้(อองตวน กรีซมันน์,เฟรงกี้ เดอ ยอง,เนโต้ และจูเนียร์ ฟีร์โป)และหมายใจจะใช้อุสมาน เดมเบเล่เป็นส่วนหนึ่งขอข้อเสนอให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงพิจารณา ทว่าดีลก็ไม่น่าจะสำเร็จเมื่อเดมเบเล่ไม่เล่นด้วย ซึ่งจะทำให้เนย์มาร์ก็จะยังคงต้องทนอยู่ในฝรั่งเศสต่อไป

   เนย์มาร์แตกหักกับต้นสังกัดปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาได้พักใหญ่ และถูกตัดออกจากสารบบของทีม ไม่ได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่,ไม่มีชื่อในเกมการ และร้านค้าของที่ระลึกของสโมสรก็ได้ถอดสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับเนย์มาร์ออกแล้วทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดที่ทำลงไปเปเอสเชก็ได้ใช้ไม้แข็งในการแสดงจุดยืนว่าจะไม่ยอมให้ผู้เล่นคนใดมาล้ำเส้นกับสโมสรได้ง่ายๆ ซึ่งเชื่อว่าหากกองหน้าทีมชาติบราซิลไม่สามารถหาทีมใหม่ได้ก่อนเส้นตายตลาดซื้อขายผู้เล่นซัมเมอร์นี้ เจ้าตัวก็จะยังคงต้องรับสภาพการเป็นนักเตะสูญญากาศของทีมต่อไป ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อโอกาสติดทีมชาติบราซิลของเค้าเลย