เบิร์นลี่ย์ ระอาดริงค์วอเตอร์เมาเรื้อนโดนอันธพาลรุมสกรัมอ่วม

เบิร์นลี่ย์

   แค่เพียงเก็บแต้มเพื่อลุ้นอยู่รอดในลีกผู้ดีก็เหนื่อยยากแล้ว ทว่าเบิร์นลี่ย์ยังต้องมาตามแก้ปัญหาให้กับผู้เล่นอย่างแดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์อีกต่างหาก เมื่อกองกลางรายนี้ที่ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในไนคลับเนื่องจากเมาแล้วไปเกาะแกะกับหญิงสาวโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ซึ่งเป็นการสร้างคดีความเป็นครั้งที่สองในรอบหกเดือนหลังจากเคยถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับมาแล้วเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

   แดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์กองกลางประวัติศาสตร์ที่พาทีมเลสเตอร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษในรอบ132ปี(ซีซั่น2015/16)ปัจจุบันยังเป็นนักเตะในกรรมสิทธิของเชลซี ทว่าด้วยการไม่อยู่ในแผนทำทีมของแฟรงค์ แลมพาดก็ส่งผลให้อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ(ติดธง3นัดเท่านั้น)ถูกเบิร์นลี่ย์ยืมตัวมาใช้งานเป็นเวลาครึ่งฤดูกาล แต่นับจนบัดนี้ดริ๊งวอเตอร์ก็ยังไม่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่เกมเดียว ทว่าแทนที่เจ้าตัวจะมุ่งมั่นเพื่อสร้างผลงานในสนามก็กลับกลายเป็นหันมาเพิ่มปัญหาใหม่ให้กับสโมสรแทน หลังจากมีภาพถ่ายดริ๊งวอเตอร์เมาสลบและบนใบหน้าเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำกระจายว่อนไปทั่วโลกไซเบอร์

ดริ๊งวอเตอร์กลาง เบิร์นลี่ย์ เมาแล้วหื่นแทะโลมสาวก่อนโดนการ์ดอัญเชิญออก

   รายงานจากเกาะอังกฤษยืนยันว่าในค่ำคืนหลังจบเกมที่เบิร์นลี่พ่ายต่อลิเวอร์พูลไป0-3 แดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์ผู้ซึ่งใช้เวลาจับเจ่าอยู่ข้างสนามก็รู้สึกเก็บกดจนต้องออกไปตระเวนราตรี และภายหลังจากดื่มจนไร้สติเจ้าตัวก็ได้ก่อเรื่องก่อราวจนโดนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญตัวออก และภายหลังจากผับนี่เองที่กองกลางวัย29ปีโดนอันธพาลกลุ่มใหญ่รุมทำร้ายจนสะบักสะบอม โดยวงในแฉว่าดริ๊งวอเตอร์ได้พยายามเกี้ยวสาวซึ่งเธอมีแฟนแล้ว จนเป็นเหตุให้เกิดการเขม่นกันจนมีการลงไม้ลงมือกันในที่สุด

   หลังเกิดเหตุดริ๊งวอเตอร์ก็สลบไม่ได้สติพร้อมแผลบวมปูดบริเวณใบหน้า ซึ่งก็มีพลเมืองดี(ว่ากันว่าเป็นเพื่อนในทีมเบิร์นลี่ย์นี่แหล่ะ)ได้พาเจ้าตัวขึ้นรถแท็กซี่กลับไป ทว่ายังไงซะเรื่องก็ยังคงแดงอยู่เมื่อมีมือดีนำภาพที่ดริ๊งวอเตอร์นอนสลบพร้อมแผลฟกช้ำบริเวณใบหน้าส่งต่อในโลกโซเชียล จะมีโอกาสสูงมากที่ฌอน ไดซ์จะส่งตัวผู้เล่นคืนกลับไปให้เชลซีก่อนหมดสัญญา เนื่องจากเป็นพฤติกรรมเสื่อมเสียที่แม้จะเพิ่งเกิดกับเบิร์นลี่เป็นหนแรก แต่เจ้าตัวก็เคยโดนลงโทษห้ามขับรถมาแล้วเนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเมาแล้วขับจนประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนในเมืองผู้ดีมาแล้ว

ปารีส ได้อิคาร์ดี้สแตนบายเนย์มาร์ที่ยังไม่ชัวว์ว่าอยู่หรือไป?

ปารีส

   ปารีส แซงต์ แชร์กแมงในที่สุดก็เปิดตัวเมาโร อิคาร์ดี้เป็นแนวรุกคนใหม่เสียทีหลังจากเป็นข่าวกับนักเตะซุปเปอร์สตาร์ไปทั่วตลอดชั่วซัมเมอร์ที่ผ่านมา ว่ากันว่าเหตุผลที่เปเอสเชต้องการกองหน้าอีกซักคนก็เป็นเพราะต้องการเครื่องการันตีว่าทีมจะไม่มีกระทบแม้ว่าเนย์มาร์ชาวบราซิลเลี่ยนจะดื้อดึงไม่ยอมลงเล่นให้กับทีมก็ตาม

  เปเอสเชได้ตัดขาดไม่ให้เนย์มาร์ได้มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ของเปเอสเชเลยนับแต่เปิดฤดูกาลลีกเอิง และถึงเลโอนาร์โด้ผอ.กีฬาหน้าหล่อจะยืนยันมาตลอดว่าดาวเตะแซมบ้าจะยังคงเป็นนักเตะให้กับทีมแชมป์ลีกเอิงต่อไป แต่ทว่าสัญญาณบางอย่างกลับไม่สอดคล้องกับคำพูดเหล่านั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นการไม่ได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของเปเอสเชเลยแต่มีข่าวว่าเนย์มาร์กำลังเดินทางไปรายงานตัวในแคมป์ทีมชาติบราซิล(ปารีสอ้างว่าเจ็บเล่นให้ทีมไม่ได้แต่กลับไปจะได้เก็บตัวกับทีมชาติบราซิล)หรือแม้แต่การดึงโปสเตอร์และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง(กับเนย์มาร์)ออกจากร้านจำหน่ายของที่ระลึกของสโมสรออกทั้งหมด

อิคาร์ดี้รอที่ใช่!คิดมาตลอดว่าจะเซ็นสัญญากับ ปารีส เท่านั้น

   ในขณะที่เมาโร อิคาร์ดี้ก็โดนอินเตอร์ประกาศตัดหางปล่อยวัดมาได้พักใหญ่ จนต้องหาสโมสรใหม่อย่างเร่งด่วนทว่าหัวหอกชาวอาเจนไตน์ก็ไม่ลงเอยกับทีมใดเสียทีกระทั่งมาชูเสื้อกับเปเอสเชในที่สุด “ ผมรู้นานแล้วว่าเวลาของผมกับอินเตอร์หมดลงแล้ว แต่การจะหาสโมสรใหม่สำหรับผมนั้น ต้องเป็นทีมที่ใฝ่หาความสำเร็จ และมีความกระหายในชัยชนะ ซึ่งผมมองไม่เห็นทางเลือกอื่นใดนอกจาปารีส แซงต์ แชร์กแมง ผมเฝ้ารอการจะได้ยิงประตูต่อหน้าแฟนๆในปาร์ค เดส์ แพร็งซ์ มันคงสวยงามอย่างที่สุดเลยทีเดียว ”

   ดีลในการย้ายทีมครั้งนี้เชื่อว่าเปเอสเชได้จ่ายเงินเป็นคำดำเนินการยืมตัวที่5ล้านยูโร ในขณะที่หัวหอกวัย26ปีจะได้รับค่าเหนื่อยราวปีละ10ล้านยูโรซึ่งตัวเลขเหล่านี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยสำหรับทีมอภิมหาเศรษฐีอย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง และอิคาร์ดี้ก็จะได้สวมเสื้อหมายเลข18เพื่อนพาทีมคว้าแชมป์แดนน้ำหอมให้ได้อีกสมัย โดยหากว่าเจ้าตัวฟอร์มดีเปเอสเชก็ยังสามารถซื้อขาดอิคาร์ดี้เอามาเป็นกรรมสิทธิได้เลยที่ราคา65ล้านยูโร โดยเมาโร อิคาร์ดี้จัดว่าเป็นหัวหอกแถวหน้าในลีกอิตาลี่เนื่องจากเจ้าตัวปักหลักในแนวรุกของอินเตอร์มิลานมาแล้วถึง6ปี ถ่วงด้วยสถิติลงเล่น219นัด และยิงไป124ประตู

เดมเบเล่ ยังชิลหลังเอเยนต์ยันเองไม่สนเป็นของแถมดีลเนย์มาร์

เดมเบเล่

   หลังจากมีทั้งเรื่องผิดวินัย(หนีซ้อมดื้อๆ)และอาการบาดเจ็บลุมเล้าจนทำให้อุสมาน เดมเบเล่เหมือนจะกลายเป็นส่วนเกินของบาเซโลน่า และมีข่าวว่าทีมดังแห่งคาตาลันพยายามยัดไส้เดมเบเล่เข้าไปในข้อเสนอแลกตัว(พร้อมส่วนต่าง)กับเนย์มาร์เพื่อให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงพิจารณา จนร้อนให้เอเยนต์ส่วนตัวต้องออกมาปกป้องว่าปีกชาวฝรั่งเศสยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเจ้าบุญทุ่มต่อไป

    มุสซ่า ซิสโซโก้ผู้จัดการส่วนตัวของอุสมาน เดมเบเล่ได้ออกมาแถลงถึงโอกาสในการย้ายทีมของอดีตแนวรุกดอร์ทมุนด์ “ อุสมานยังคงมีสัญญากับบาเซโลน่า และมันไม่มีอะไรทั้งนั้น เค้าแค่กำลังพักรักษาอาการบาดเจ็บเพื่อกลับมาช่วยทีม ไม่มีโอกาสหรือเงื่อนไขใดๆเลยที่เค้าจะอำลาคัมป์ นู เพราะอุสมานยังต้องการคว้าแชมป์กับทีมอีกหลายรายการด้วยกัน ” อนึ่งอุสมาน เดมเบเล่ถูกตรวจพบว่ามีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังเอ็นหัวเข่าหลังจบแม็ตซ์ที่บาซ่าบุกไปพ่ายบิลเบา0-1 และทำให้ต้องร้างสนามไปราวหนึ่งเดือน

เนย์มาร์เก้อมีโอกาสไม่น้อยที่จะโดนแช่แข็งอยู่กับเปเอสเชต่อไปหลัง เดมเบเล่ ไม่ย้าย

   ด้วยท่าทีของเดมเบเล่ที่บอกปัดการย้ายออกในทุกกรณีก็ร้อนให้เนย์มาร์ต้องกระวนกระวายต่อไป เนื่องจากบาเซโลน่าไม่มีเงินก้อนใหญ่เพียงพอจะซื้อขาดกองหน้าแซมบ้า เพราะพวกเค้าเพิ่งถลุงเงินไป210ล้านยูโรกับผู้เล่นใหม่ในซีซั่นนี้(อองตวน กรีซมันน์,เฟรงกี้ เดอ ยอง,เนโต้ และจูเนียร์ ฟีร์โป)และหมายใจจะใช้อุสมาน เดมเบเล่เป็นส่วนหนึ่งขอข้อเสนอให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมงพิจารณา ทว่าดีลก็ไม่น่าจะสำเร็จเมื่อเดมเบเล่ไม่เล่นด้วย ซึ่งจะทำให้เนย์มาร์ก็จะยังคงต้องทนอยู่ในฝรั่งเศสต่อไป

   เนย์มาร์แตกหักกับต้นสังกัดปารีส แซงต์ แชร์กแมงมาได้พักใหญ่ และถูกตัดออกจากสารบบของทีม ไม่ได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่,ไม่มีชื่อในเกมการ และร้านค้าของที่ระลึกของสโมสรก็ได้ถอดสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับเนย์มาร์ออกแล้วทั้งหมด ซึ่งทั้งหมดที่ทำลงไปเปเอสเชก็ได้ใช้ไม้แข็งในการแสดงจุดยืนว่าจะไม่ยอมให้ผู้เล่นคนใดมาล้ำเส้นกับสโมสรได้ง่ายๆ ซึ่งเชื่อว่าหากกองหน้าทีมชาติบราซิลไม่สามารถหาทีมใหม่ได้ก่อนเส้นตายตลาดซื้อขายผู้เล่นซัมเมอร์นี้ เจ้าตัวก็จะยังคงต้องรับสภาพการเป็นนักเตะสูญญากาศของทีมต่อไป ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อโอกาสติดทีมชาติบราซิลของเค้าเลย

ดอร์ทมุนด์ ดุต่อเนื่องภายใต้การคุมแดนกลางของอักเซลวิตเซล

ดอร์ทมุนด์

   หลังจากโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ประเดิมอัดเสือใต้ไป2-0ในศึกเยอรมันซุปเปอร์คัพ ชัยชนะดังกล่าวก็กลายเป็นแรงหนุนให้เสือเหลืองมั่นอกมั่นใจจนฟอร์มดีต่อเนื่อง นับตั้งแต่ศึกบุนเดสลีก้าเริ่มเปิดฤดูกาลพวกเค้าชนะมาสองเกมรวดและยิงรวมกัน8ประตูจนทำให้พวกเค้ามีอันดับอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของตารางการแข่งขันฟุตบอลลีกเยอรมัน โดยภายใต้ผลงานดังกล่าวเสือเหลืองมีอักเซล วิตเซลเป็นจอมทัพในแดนกลาง และดาวเตะชาวเบลเยี่ยมก็สามารถทำทางให้เพื่อนไปได้ถึง2แอตซิสต์ด้วยกัน

วิตเซลเผยไม่เสียดายที่ปัดบิ๊กเนมซบ ดอร์ทมุนด์ หลังฟอร์มกำลังสด

   อักเซล วิตเซลย้ายกลับมาจากไชนีสซุปเปอร์ลีกเมื่อซีซั่นก่อน ท่ามกลางความสนใจของทีมชั้นนำของยุโรปไม่ว่าจะเป็นปารีส แซงต์ แชร์กแมงและแมนยู ทว่าในที่สุดมิดฟิลด์หัวฟูก็เลือกที่จะฝากอนาคตไว้กับดอร์ทมุนด์ “ ที่จริงเมื่อซัมเมอร์ปีก่อน เอเยนต์บอกกับผมว่าเปเอสเชกับแมนยูก็มีท่าทีสนใจแต่ยังไม่ได้มีข้อเสนอที่ชัดเจน ระหว่างนั้นมิชาเอล ซอร์ค(ผอ.กีฬาของเสือเหลือง)ก็ได้โทรติดต่อหาผม และลูเซียง ฟาฟร์(เทรนเนอร์เสือเหลือง)ที่โทรมาตามหลัง พวกเค้าแสดงออกอย่างจริงจังว่าอยากให้ผมมาร่วมงาน มันเป็นการแสดงออกอย่างลูกผู้ชายซึ่งผมประทับใจมาก มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตอบตกลง ”

   “ ดอร์ทมุนด์มีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ พวกเค้าบอกกับผมว่าเป้าหมายที่พวกเค้าโฟกัสอยู่ตรงไหน และผมจะได้อยู่ตรงไหนในทีม มันสมบูรณ์แบบแล้วสำหรับผม เมื่อสโมสรบอกว่าพวกเค้าต้องการประสบความสำเร็จและคุณเป็นจะเป็นชิ้นส่วนสำคัญในเรื่องนั้น ผมรู้ได้ทันทีเลยว่าดอร์ทมุนด์นี่ละทีมที่เห็นคุณค่าในตัวผม และผมไม่จำเป็นรอคุยกับทีมไหนอีกแล้ว จากนั้นทุกอย่างไปได้สวย ทีมเราทำได้ดีในลีกแม้เราจะไม่ได้แชมป์แต่ปีนี้พวกเราจะดีกว่าเดิม และผมก็กำลังมีความสุขกับผลงานของตัวเอง ” ดาวเตะวัย30ปีกล่าวถึงความประทับในการได้เป็นผู้เล่นเสือเหลือง

   อักเซล วิตเซลเคยบอกปัดโอกาสสวมเสื้อม้าลายของยูเวนตุส เพื่อไปรับค่าเหนื่อยถึง300,000ปอนด์ต่อวีกกับเทียนจิน ฉวนเจี้ยนในลีกจีน ทว่าหลังไปเล่นแดนอาตี๋ได้เพียงไม่ครบสองซีซั่น เจ้าตัวก็เลือกกลับมาหากินในยุโรปอีกครั้ง โดยเลือกโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์เป็นที่พักพึง(ค่าตัว20ล้านยูโร) และตราบจนปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นให้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ไปแล้ว47นัดและยิงได้7ประตู กลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางที่ลูเซียง ฟาฟร์(เทรนเนอร์เสือเหลือง)ไปโดยปริยาย

อาร์เซนอล เจอคนที่ใช่แล้วดาวิดลุยซ์ผู้ที่จะนำปืนใหญ่กลับไปUCL

อาร์เซนอล

   แม้จะเคยสวมสุดเชลซีมาก่อน ทว่าดาวิด ลุยซ์ก็ยังโยกมาเป็นสมาชิกใหม่ของอาร์เซนอลคู่ปรับร่วมเมืองลอนดอนอย่างหน้าตาเฉย ทั้งยังได้ประเดิมสนามเป็นครั้งแรกในถิ่นเอมิเรตส์ไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการนำปืนใหญ่เฉือนชนะเบิร์นลี่ย์ไป2-1ผงาดขึ้นเป็นรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่างน่าชื่นชม ทำให้นักวิเคราะห์บอลทั้งหลายต่างฟันธงว่าบางทีไฮไลต์การเสริมทัพของอาร์เซนอลในปีนี้อาจไม่ใช่เพียงนิโกล่า เปเป้ แต่เป็นการมาของดาวิด ลุยซ์มากกว่า เพราะอูไน เอเมรี่เน้นการทำทีมด้วยการครองบอลและต่อบอลเป็นหลัก ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับกองหลังหัวฟู(ดาวิด ลุยซ์)

   ดาวิด ลุยซ์มีสถิติที่น่าสนใจในเกมเปิดตัวกับอาร์เซนอล ด้วยสถิติการผ่านบอลตลอดเกมกว่า61% รวมถึงการวางบอลยาวให้เพื่อนเล่นต่อถึง3ครั้ง ซึ่งสถิติการจ่ายบอลระดับนี้ไม่ใช่ผู้เล่นในแนวรับใครๆก็ทำได้ ฉะนั้นเกมการเล่นของอาร์เซนอลจะสามารถเปลี่ยนรับเป็นรุกได้รวดเร็วขึ้นทันทีหากมีดาวิด ลุยซ์ในสนาม จุดนี้เองที่อูไน เอเมรี่ดวงดีเหมือนถูกล็อตตารี่เมื่อเชลซียอมปล่อยตัวกองหลังที่เล่นกับบอลได้ฉมังขนาดนี้มาให้ใช้งานด้วยค่าตัวเพียง8ล้านปอนด์ จนกูรูลูกหนังหลายคนระบุตรงกันว่านี่เป็นดีลที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ที่จริงแล้วเป็นการซื้อขายที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดในรอบหลายปีของปืนใหญ่

ดาวิดลุยซ์นักเตะป้ายเเดงของ อาร์เซนอล รับความเห็นไม่ลงรอยกับแลมพ์เป็นเหตุอำลาสิงห์บลู

  เชลซีถูกแบนการซื้อเข้านักเตะทำให้ซีซั่นนี้พวกเค้าทำได้เพียงรักษาแข้งที่เหลืออยู่เอาไว้ช่วยทีมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทว่าไปๆมาๆพวกเค้ากลับปล่อยตัวกองหลังอย่างดาวิด ลุยซ์ให้กับอาร์เซนอลอย่างสุดช็อก ทั้งที่แนวรับวัย32กะรัตเพิ่งจะขยายสัญญากับสิงห์บลูไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา “ มีการพูดคุยกันระหว่างผมและแลมพาร์ด เขาบอกผมถึงแนวทางที่เค้าทำทีม และดูเหมือนว่าผมจะไม่สอดคล้องกับแผนงานของเค้า ระหว่างนั้นก็มีความสนใจจากอาร์เซนอล ผมจึงได้ย้ายมาที่นี่ ” นอกจากนี้อดีตปราการหลังทีมชาติบราซิลยังยกย่องทีมปืนใหญ่อย่างออกนอกหน้า “ อาร์เซนอลเป็นที่เน้นการเคลื่อนไหว และจ่ายบอล ซึ่งตรงใจกับผมอยู่แล้ว ฉะนั้นการตอบรับโอกาสกับอาร์เซนอลนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของผมเช่นกัน มันเป็นความท้าทายครั้งใหม่สำหรับผมแม้ผมจะได้อยู่ในลอนดอนต่อไปก็ตาม ”

บาร์เซโลน่า ยันขอเปิดซีซั่นใหม่ลาลีก้าแบบไม่ใช้เมสซี่ดูบ้าง

บาร์เซโลน่า

เพราะฟุตบอลลาลีก้าสเปนกำลังจะเปิดฤดูกาลในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แล้ว ทำให้ยอดทีมอย่างบาร์เซโลน่าเองก็คึกคักไม่น้อยเนื่องจากพวกเค้ามีคิวที่จะต้องบุกไปเยือนแอตเลติก บิลเบาในค่ำคืนเช้ามืดของวันที่17ส.ค. ทว่ามีความน่าสนใจตรงที่ลีโอแนล เมสซี่กัปตันทีมบาซ่ายังคงไม่แน่ว่าจะลงช่วยทีมได้หลังจากได้รับบาดเจ็บในระหว่างการซ้อมช่วงปรีซีซั่น ซึ่งในที่สุดนายใหญ่เจ้าบุญทุ่มอย่างเออร์เนสโต บัลเบร์เด้ก็ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าทัพอัลซูนกราน่าจะบุกไปเยือนซาน มาเมส(รังเหย้าของบิลเบา)โดยไม่มีชื่อเมสซี่อย่างแน่นอน

เมสซี่ไม่ฟิต บาร์เซโลน่า ไม่ฝืนตัวที่เหลือก็ดีพอจะพาทีมเก็บชัย

   เออร์เนสโต บัลเบร์เด้ยังคงไม่สามารถคว้าตัวเนย์มาร์มาช่วยทีมได้ทันเกมนัดแรกนี้อยู่แล้ว แถมยังต้องมาเสียเมสซี่ไปอีก ทว่าแนวรุกที่เหลืออย่างอุสมาน เดมเบเล่,หลุยส์ ซัวเรส และอองตวน กรีซมันน์ก็ยังมีดีพอที่จะพาทีมเก็บสามแต้มแรกของซีซั่นใหม่ได้ โดยในส่วนของลีโอแนล เมสซี่ได้รับการยืนยันว่าจะพลาดเกมนี้ค่อนข้างแน่ เนื่องจากเจ้าตัวยังต้องถูกแยกซ้อมเดี่ยวอยู่เลย “ เรามีภารกิจสำคัญน่าเสียดายที่เมสซี่ยังไม่พร้อม บางทีเค้าอาจจะพอเล่นไหวในฐานะตัวสำรองแต่เราไม่อยากเสี่ยง เราอยากให้เค้าพร้อมที่สุดก่อนคืนสนาม ” บัลเบร์เด้แสดงจุดยืนในครั้งนี้

   ลีโอแนล เมสซี่ยังคงไม่มีส่วนร่วมกับบาร์เซโลน่าเลยในช่วงปรีซีซั่น เนื่องจากทันทีที่เจ้าตัวกลับมาซ้อมกับทีมก็ปรากฎว่ามีอาการน่องตึงระหว่างการซ้อม จนทำให้ดาวเตะอาร์เจนไตน์ต้องพักฟื้นอย่างน้อย2สัปดาห์ เมสซี่น่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ได้อีกครั้งราวปลายเดือนสิงหาคม แต่ถึงแม้เมสซี่จะไม่ได้ลงเล่นในช่วงนี้ ทว่าเจ้าตัวก็ยังเชื่อว่าต้นสังกัดยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่งเสมอ “ ความพ่ายแพ้ในUCLปีก่อนยังคงตามหลอกหลอนเรา เราเจ็บปวด แต่เราก็ยังได้แชมป์ลีก จะมีซักกี่ทีมในสเปนที่ได้แชมป์8ครั้งในรอบ11ปี นั่นคือสิ่งที่บาร์เซโลน่าควรภูมิใจ ”

   กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่ายังยืนยันอีกว่าบทเรียนในซีซั่นที่แล้วจะเป็นแรงผลักดันให้บาซ่าคว้าทุกแชมป์ในปีนี้ “ เราไม่เคยเบื่อกับการเป็นผู้ชนะ และปีนี้สโมสรก็ยังคงเต็มไปด้วยแรงผลักดันที่จะนำพาเราประสบความสำเร็จ มันท้าทายเหลือเกินกับการที่เราอยากได้ทุกแชมป์ที่เรามีสิทธิลงเล่น ”

โลซาโน่ เค้าดาวน์ลาลีกกังหันหวังโลดแล่นลีกเลี่ยนกับเนเปิลส์

โลซาโน่

   เออร์วิ่ง โลซาโน่ปีกตัวเก่งของพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นใกล้อำลาลีกดัตซ์เต็มที่ ท่ามกลางความสนใจจากแมนยู,เชลซี และบาร์เซโลน่า และสื่อในอิตาลี่ก็ยืนยันตรงกันว่าดาวเตะจังโก้ใกล้บรรลุข้อตกลงกับนาโปลีเต็มที โดยเชื่อว่าดีลน่าจะมีมูลค่ากว่า42ล้านยูโร แม้ในเวลานี้โลซาโน่จะอยู่ในช่วงพักรักษาอาการบาดเจ็บก็ตาม แต่คาดว่าอีกไม่นานเค้าก็น่าจะพร้อมเปิดตัวกับแฟนบอลนาโปลีอย่างแน่นอน เนื่องจากเวลานี้การเจรจาจะเหลือเพียงรอตกลงรายละเอียดส่วนตัวเพียงเท่านั้น

นาโปลียอมรับทุกเงื่อนไขแม้โลซาโน่ จะเรียกค่าเหนื่อยก้อนโต

   นาโปลีจบอันดับสองในลีกอีตาลี่ซีซั่น2018/19 และได้สิทธิไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซึ่งเป็นออปชั่นที่โลซาโน่สนใจ อีกทั้งคาร์โล อันเชลอตติก็อยากได้ผู้เล่นริมเส้นฝีเท้าดีมาช่วยเติมเกม เนื่องจากนิโกล่าส์ เปเป้เป้าหมายหลักของพวกเค้าก็โดนอาร์เซนอลปาดหน้าคว้าตัวไปแล้ว นั่นทำให้พวกเค้าจะเดินหน้าแบบสุดตัวเพื่อคว้าตัวโลซาโน่ให้จงได้ แม้ว่าดีลนี้อาจต้องมีมูลค่าในระดับที่ไม่ธรรมดาเนื่องจากตัวกลางการเจรจาเป็นมิโน ไรโอล่าเอเยนต์ตัวแสบแห่งวงการลูกหนัง

   มิโน ไรโอล่าเรียกร้องค่าเหนื่อยให้โลซาโน่จำนวนสูงถึง3.5ล้านยูโรต่อปี(ราว67,000 ยูโรต่อสัปดาห์)และผูกมัดสัญญากันนาน5ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเอาการสำหรับทีมในอีตาลี่ ทว่าคาร์โล อันเชลอตติก็ยอมทำตามคำขอเพื่อหวังจะเปิดตัวปีกตัวจี๊ดให้ลุล่วงในเร็ววัน และนั่นจะทำให้โลซาโน่ยุติผลงานกับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นด้วยสถิติการลงเล่นในลีกกังหันจำนวน79นัดยิงได้40ประตู และคว้าแชมป์ลีกดัตซ์หนึ่งสมัยในซีซั่น2017/18

   เออร์วิ่ง โลซาโน่สร้างความฮือฮาในการแข่งขันฟุตบอลโลก2018ด้วยการยิงชัยให้เม็กซิโกเบียดชนะเยอรมันแชมป์เก่าไป1-0 และถึงแม้โลซาโน่จะพาเม็กซิโกไปได้ไกลเพียงรอบ16ทีมสุดท้าย(แพ้บราซิล0-2)ทว่าเครดิตเพียงเท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้เล่นริมเส้นที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งในเวทียุโรป จนทำให้มิโน ไรโอล่าต้องออกแรงเจรจาดึงตัวโลซาโน่เข้ามาอยู่ในสังกัด เนื่องจากเอเยนต์คนดังทราบดีว่าซักวันดาวเตะรายนี้จะมีโอกาสย้ายซบทีมบิ๊กเนมและเมื่อเวลานั้นมาถึงไรโอล่าก็จะสามารถต่อรองผลประโยชน์ให้กับโลซาโน่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่อยแถมยังได้กินส่วนต่างจากการเจรจาก้อนโตได้อีกทอด

บาร์เยิน ฝันค้างดีลซาเน่มีอันยกเลิกหลังปีกเรือใบต้องผ่าเข่า

บาร์เยิน

   เรลอย ซาเน่ปีกดีกรีทีมชาติเยอรมันผู้ตกเป็นเป้าเสริมทัพของบาร์เยิน มิวนิคมาโดยตลอด ทว่าแมนซิตี้ก็เล่นแง่ด้วยการตั้งค่าตัวสูงลิบจนทำให้การเจรจาไม่คืบหน้าซักที และดูเหมือนการย้ายทีมของซาเน่คงมีอันเป็นโมฆะอย่างแน่นอนแล้วเมื่อรายงานจากอังกฤษยืนยันว่าแนวรุกเรือใบมีอาการบาดเจ็บจนต้องพักรักษาตัวราวครึ่งปี และเป็นอันว่ายอดทีมเมืองเบียร์คงต้องพับโปรเจกการดึงตัวซาเน่ไว้เพียงเท่านี้

แมนซิตี้ยันซาเน่ฟื้นตัวเร็วสุดปีหน้าทำเอา บาร์เยิน ส่ายหัว

   แมนเชสเตอร์ซิตี้เพิ่งจะลงเตะกับลิเวอร์พูลในศึกคอมมูนิตี้ชิลล์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเรลอย ซาเน่ก็มีชื่อเป็น11ผู้เล่นตัวจริง แต่โชคไม่ดีที่เจ้าตัวได้สัมผัสเกมในสนามเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็ต้องบาดเจ็บจากการโดนเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์เข้าสกัด และทำให้โดนเปลี่ยนตัวออกทันที ภายหลังจากการวินิจฉัยก็พบว่าอดีตดาวรุ่งชาลเก้มีอาการบาดเจ็บรุนแรงที่บริเวณเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า ซึ่งทางสโมสรต้นสังกัดได้เตรียมการผ่าตัดไว้เป็นที่เรียบร้อยโดยคาดว่าซาเน่น่าจะกลับมาลงสนามได้อย่างเร็วที่สุดราวเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งนั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับบาร์เยิน มิวนิคอย่างแรง

   เรลอย ซาเน่ ยกระดับความเก่งกาจมากขึ้นเป็นเท่าตัวนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพเรือใบในปี2016 พิสูจน์ผ่านผลงานการพาแมนซิตี้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกมาแล้วสองสมัย แล้วก้าวขึ้นเป็นตัวหลักของทีมชาติเยอรมันได้อย่างเต็มตัว จนทำให้นิโก้ โควัชนายใหญ่บาร์เยินมิวนิคหมายตาที่จะดึงตัวปีกวัย23กะรัตให้กลับมาโลดแล่นในบุนเดสลีก้าอีกครั้ง แม้ฝากทีมเรือใบจะตั้งค่าตัวขู่ไว้สูงลิบถึง100ล้านปอนด์แต่เสือใต้ก็ไม่คิดถอดใจ ทว่าในที่สุดพวกเค้าก็ต้องผิดหวังอยู่ดีจากข่าวร้ายเรื่องการบาดเจ็บหนักในครั้งนี้

   อย่างไรก็ดีความล้มเหลวในการดึงตัวซาเน่ก็อาจเป็นแรงผลักดันให้บาร์เยินมิวนิคหันไปโฟกัสการดึงตัวแกเร็ธ เบลตัวริมเส้นที่เป็นส่วนเกินของรีล มาดริดแทน แม้ว่าดีลนี้ก็ไม่ง่ายเช่นกันเนื่องจากค่าเหนื่อยของปีกเลือดมังกรสูงถึง600,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ แถมเอเยนต์ส่วนตัวยังเคยประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมเจรจาผ่านเงื่อนไขการยืมตัว ทว่าด้วยโอกาสลงสนามที่น้อยนิดเหลือเกินตราบเท่าที่ซีดานยังคงคุมทีมรีล มาดริดต่อไป ก็เป็นสิ่งที่บาร์เยินมิวนิคหวังใช้เป็นเครื่องต่อรองเพื่อดึงตัวเบลมาช่วยสู้ศึกลุ้นแชมป์ลีกเยอรมัน(บาร์เยินคงหวังเพียงการยืมตัวเท่านั้น)

สเคอร์เทล ลุ้นย้ายฟรีช่วยอุดเกมรับให้ทีมเทพธิดาแห่งอิตาลี่

สเคอร์เทล

   สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลคงจดจำชายคนนี้ได้เป็นอย่างดี กองหลังจอมโวยวายมาร์ติน สเคอร์เทล ซึ่งปัจจุบันพี่แกอายุอานามปาเข้าไป34ปีแล้วแต่ดูเหมือนเค้าจะยังไม่คิดที่จะแขวนสตั๊ดและเรายังอาจได้กลับมาโชว์ฝีเท้าในรายการแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง เมื่ออตาลันต้าทีมดังจากศึกกัลโช่เซเรียอาหมายตาที่จะดึงตัวปราการหลังวัยดึกรายนี้ไปใช้งาน อีกทั้งซีซั่นนี้เนรัซซูรี่(ฉายาของอตาลันต้า)ก็มีคิวที่จะต้องลงเตะยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกับเค้าเหมือนกัน

อตาลันต้าหวังพึ่งประสบการณ์ของ สเคอร์เทล ช่วยสู้ศึกUCL

   อตาลันต้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อซีซั่นก่อน โดยทีมลายน้ำเงินดำจบอันดับสามในตารางกัลโช่เซเรียอา และยังทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศโคป้า อิตาเลียอีกต่างหาก และถึงแม้พวกเค้าจะได้เพียงรองแชมป์เนื่องจากพ่ายแพ้ต่อลาซิโอไป0-2 แต่อตาลันต้าก็ยังได้รับสิทธิที่จะไปเตะในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งถ้าว่ากันตามเนื้อผ้าพวกเค้าก็คือน้องใหม่ดีๆนี่เอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่พวกเค้าได้ลงเตะชิงถ้วยหูใหญ่ที่สุดในยุโรป จึงทำให้จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่(กุนซืออตาลันต้า)ต้องการที่จะดึงผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงมาช่วยประคองทีม และมาร์ติน สเคอร์เทลก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะนอกจากเจ้าตัวจะเป็นผู้เล่นตัวเก๋ามากประสบการณ์แล้ว ขณะนี้สเคอร์เทลยังเป็นนักเตะพรีเอเยนต์อีกต่างหาก ซึ่งนั่นจะทำให้อตาลันต้าประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีกมากโข

   มาร์ติน สเคอร์เทลเพิ่งจะหมดสัญญากับเฟเนบาร์เช่ยอดทีมในลีกตุรกีและถูกปล่อยตัวออกมาหมาดๆ โดยสื่อดังในอิตาลี่เชื่อว่าเวลานี้มิตฮัต ฮาลิสเอเยนต์ส่วนตัวของกองหลังชาวสโลวักได้เดินมาถึงแบร์กาโม่แล้ว และกำลังเจรจาอยู่กับอตาลันต้าถึงความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญา ข่าววงในแดนมักกะโรนียืนยันว่าสเคอร์เทลก็สนใจที่จะเก็บประสบการณ์เพิ่มในลีกอิตาลี่เช่นกัน แม้ก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะเคยมีประสบการณ์ค้าแข้งในลีกต่างๆมาแล้วมากมาย อาทิ รัสเซีย,อังกฤษและตุรกี อย่างไรก็ดีหากอตาลันต้าต้องการให้การเซ็นสัญญาในครั้งนี้ราบรื่น ก็คงจะต้องแสดงจุดยืนกับนักเตะให้ชัดเจน นั่นเพราะเมื่อช่วงเดือนมกราคาที่ผ่านมา กองหลังทีมชาติสโลวาเนียเพิ่งจะบอกปัดโอกาสที่จะได้ร่วมทีมดังอย่างบาร์เซโลน่าด้วยการให้เหตุผลว่าเค้าไม่พร้อมที่ย้ายทีมเพื่อไปเป็นตัวสำรองในสเปน