เชลซี หนาวแล้วราชันย์หมายใจดึงกองเต้ด้วยค่าตัวถึง300ล้านยูโร

เชลซี

   ด้วยผลงานของเอ็นโกโล่ กองเต้ในระยะหลังที่พัฒนาไปมากจนเรียกได้ว่าเป็นมิดฟิลด์แบบฉบับBox To Boxที่ครบเครื่องก็ทำให้ทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างให้ความสนใจที่จะคว้าตัวไปร่วมทีมกันมาโดยตลอด และมีโอกาสสูงเหลือเกินที่กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสจะย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของรีล มาดริดในช่วงซัมเมอร์หน้า(ปี2020) เนื่องจากฟรอเลนติโน่ เปเรซประธานสโมสรรีล มาดริดพร้อมที่จะเสนอเม็ดเงินถึง300ล้านยูโรให้กับเชลซีพิจารณา

   เดิมทีเอ็นโกโล่ กองเต้นั้นขึ้นชื่อลือชาในด้านการเล่นเกมรับ และความเก่งกาจในการแย่งบอลจนทำให้หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเลสเตอร์ ซิตี้ในปี2015/16 เจ้าตัวก็ถูกสิงห์บลูดึงตัวมาใช้งานต่อ ทว่าหลังจากร่วมกับยอดกุนซืออย่างอันโตนิโอ คอนเต้ และเมาริซิโอ ซารี่ ผลที่ปรากฎคือกองเต้พัฒนาในด้านการเคลื่อนไหวหาตำแหน่ง และการเล่นเกมรุกได้ดีขึ้นมากจนกระทั่งสามารถพาเชลซีคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีกส์2018/19ได้สำเร็จ

    อนิจจาหลังจากสะสมถ้วยรางวัลบนเกาะอังกฤษมาอย่างครบถ้วนแล้ว เอ็นโกโล่ กองเต้ก็เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับชีวิตในถิ่นผู้ดี โดยสื่อดังในอิตาลี่เปิดเผยว่า มิดฟิลด์วัย28ปีได้แจ้งกับแฟรงค์ แลมพาดแล้วว่าจะขอย้ายทีมในปีหน้า ซึ่งหากเป็นไปตามนั้นก็เท่ากับเชลซีจะเสียแข้งดังไปให้รีล มาดริดถึง2รายในเวลาไล่เลี่ยกัน เนื่องจากทีมราชันย์ชุดขาวเพิ่งจะคว้าตัวเอแด็น อาร์ซามาจากสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อช่วยซัมเมอร์ที่ผ่านมา

รีลมาดริดหมายใจให้เเข้ง เชลซี เป็นห้องเครื่องแทนโมดิชที่โรยรา

    โดยซีนาดีน ซีดานเล็งเห็นแล้วว่าลูก้า โมดิชที่ปัจจุบันอายุปาเข้าไป34กะรัตนั้นเริ่มโรยราแล้ว เทรนเนอร์เลือดน้ำหอมจึงอยากให้เอ็นโกลโล่ กองเต้เค้ามารับช่วงต่อ ซึ่งตัวนักเตะเองก็ดูเหมือนจะมีใจให้ทีมราชันย์ชุดขาวด้วยเช่นกัน จนทำให้แฟรงค์ แลมพาดที่ปีนี้ติดใจแข้งดาวรุ่งก็ไม่ได้ใช้งานกองเต้มากนักเช่นกัน โดยในซีซั่นนี้กองเต้เพิ่งจะได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกไปเพียง4เกมเท่านั้น จนดูเหมือนว่าทีมสิงโตน้ำเงินครามก็ได้ปรับสภาพทีมให้รองรับการที่จะต้องเดินหน้าต่อโดยไม่มีกองเต้อยู่แล้วอย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากเชลซียอมตั้งป้ายขายกองเต้แล้วละก็ รีล มาดริดก็อาจไม่สมหวังได้ง่ายนัก เนื่องจากทีมอย่างยูเวนตุส,บาเซโลน่า และปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่างก็อยากได้ตัวกองเต้ไปร่วมทีมเช่นกัน

เพอซี่ย์ หยามเอเมรี่ไร้บารมีพอจะรีดฟอร์มแข้งปืนเป็นเหตุผลงานห่วย

เพอซี่ย์

     ในเวลานี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของอูไน เอเมรี่เริ่มจะร้อนระดุขึ้นเรื่อยๆเมื่อบรรดานักเตะเก่าทั้งของอาร์เซนอลและทีมอื่นๆต่างพาเกรดกันตำหนิการบริหารจัดการทีมของเทรนเนอร์ชาวสเปนอย่างเผ็ดร้อน โดยมีโจทย์ใหญ่ๆอยู่ที่การตัดจอมทัพอย่างเมซุต โอซิลออกจากทีมอย่างไร้เหตุผล ซ้ำร้ายคือผลงานเมื่อไม่มีดาวเตะชาวเยอรมันในสนามผลงานของอาร์เซนอลก็ร่อแร่เหลือเกิน ร้อนถึงอดีตดาวยิงอย่างโรบิน ฟาน เพอซี่ย์ต้องออกโรงมาวิจารณ์กุนซือจอมดื้อรายนี้เพิ่มอีกคน

     “ ผมเห็นในคลิปเวลาเค้าสั่งการ มันแตกต่างจากกุนซือคนอื่นๆเลย เค้าไม่ชัดเจนพอ เอาแต่ตะโกน มานี่….เล่น…. อะไรทำนองนี้มันเป็นบทพูดของแฟนบอลมากกว่านะ ในฐานะผู้จัดการทีมมันต้องมีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันกว่านี้ คาแรกเตอร์ข้างสนามของเค้าช่างไร้ตัวตน อาจเหมารวมไปว่าการสื่อสารในสนามซ้อมก็คงไม่ดีไปกว่านั้น พวกเค้ามีนักเตะชั้นดีตั้งมากมาย มีดาวยิงอย่างโอบาเมยองแต่ก็ยังแพ้เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด มันชัดเจนว่าทีมกำลังมีปัญหา ดูเหมือนผู้จัดการทีมอาร์เซนอลจะไม่มีทักษะในการสื่อสารกับทีม มันจึงทำให้นักเตะเล่นกันอย่างไร้ทิศทาง ” ฟาน เพอซี่ย์วิจารณ์

เอเมรี่มองข้ามสปริริตทีมจุดบอดสำคัญที่อาจทำให้อยู่ปืนไม่ยืด เพอซี่ย์ กล่าว

    นอกจากนี้อดีตดาวเตะชาวดัตซ์ยังได้กล่าวเสริมอีกว่าการแบนโอซิลออกจากทีมอย่างไร้เหตุผลส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้เล่นคนอื่นๆในทีมอีกด้วย  “ ใครๆก็รู้ว่าโอซิลเป็นที่รักของแฟนบอล และเป็นพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัว แต่วันนี้ผู้จัดการทีมตัดเค้าอาจทีมอย่างไร้เหตุผล แน่นอนนักเตะที่เหลือต่างยังต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป แต่ถามว่าในใจพวกเค้าจะรู้สึกอย่างไรบ้างหรือเปล่า? ถ้าพรุ่งนี้เจ้านายเกลียดขี้หน้าเราขึ้นมาละ เราจะโดนแบบนี้ไหม? มันมีคำถามในใจนักเตะอย่างแน่นอน และนั่นคือผลร้ายที่มาจากความอ่อนหัดของเค้า(อูไน เอเมรี่) การปฏิบัติต่อนักเตะอย่างขาดความเคารพและไม่เป็นมืออาชีพ ทำให้ผู้เล่นที่เหลือหมดความมั่นใจ พวกเค้ามีความกังวลยามลงสนามอย่างเห็นได้ชัด ผมมองปัญหาเรื่องนี้ใหญ่กว่าที่คิดนะ มันไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่น แต่มันเป็นปัญหาในระดับภายในห้องแต่งตัวเลยทีเดียว เท่าที่เห็นอูไน เอเมรี่ยังไม่ประสีประสาเอาเสียเลย น่ากังวลแทนอาร์เซนอลอย่างมาก ต่อให้พวกเค้าชนะติดต่อกันอีกซัก5เกมก็ใช่ว่าปัญหานี้จะหมด ” ฟาน เพอซี่ย์ในวัย36ปีกล่าวอย่างเป็นกังวล

ดาวิดลุยซ์ เผยไม่ได้มาปืนขำๆแต่มาเพราะทีมมีลุ้นชูถ้วยรางวัล

ดาวิดลุยซ์

   ถ้ามองกันตามหน้าเสื่อแล้วเวลานี้อาร์เซนอลดูจะเป็นทีมที่โชว์ผลงานได้น่าผิดหวังเมื่อเทียบกับการเสริมทัพเมื่อนิโกล่า เปเป้ และดานี่ เซบายอสดูจะยังไม่สามารถแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีกได้ ยิ่งผ่านพ้นแม็ตซ์ล่าสุดของพรีเมียร์ลีกที่ไอ้ปืนใหญ่บุกไปแพ้ทีมรองบ่อนอย่างเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดมา0-1 ก็ยิ่งทำให้มีเสียงติเตียนว่าอาร์เซนอลยังคงเป็นทีมที่ห่างไกลความสำเร็จอยู่เช่นเดิม ร้อนให้แข้งใหม่อย่างดาวิด ลุยซ์ต้องออกมาปกป้องต้นสังกัดใหม่ว่าพวกเค้ายังเป็นทีมในระดับที่จะมีถ้วยรางวัลติดมืออย่างแน่นอน

    ดาวิด ลุยซ์เลือกย้ายจากเชลซีทีมคู่ปรับร่วมเมืองมาสวมยูนิฟอร์มปืนใหญ่ในเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วนสนนราคาเพียง8ล้านปอนด์ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเลือกตอบรับโอกาสนี้เพราะเห็นถึงรัศมีความสำเร็จของอาร์เซนอล “ พวกเรา(อาร์เซนอล)หลุดจากโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกมานาน แต่เราก็ยังเป็นทีมใหญ่ นี่คือสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ฉะนั้นอย่าเพิ่งประเมินพวกเราต่ำเกินไป ฤดูกาลยังมียาวไกลและเราก็มีอีกหลายเกมให้เล่น ใช่พวกเรายังไม่ได้อยู่ในช่วงฟอร์มที่ดี แต่เราคืออาร์เซนอล เรามีแนวทางของเรา ดูการเสริมทัพของเราคุณจะเห็นได้ว่าเราเป็นทีมที่มีความกระหายแค่ไหน ผมเลือกมาที่นี่เพราะมั่นใจจะได้สะสมถ้วยรางวัลเพิ่มเติมได้ แล้วเรามาคอยดูกันไป ” ดาวิด ลุยซ์ในวัย32กล่าวอย่างเชื่อมั่น

ปืนใหญ่ต้องเติมความมั่นใจให้เต็มถังหากอยากได้เฮ ดาวิดลุยซ์ แนะนำ

    ทันทีที่ย้ายเข้ามายังถิ่นเอมิเรตส์ ดาวิด ลุยซ์ก็กลายเป็นปราการหลังตัวหลักทันที ทว่าปัจจุบันดูเหมือนว่าดาวเตะแซมบ้าก็ยังไม่อาจช่วยปั้นแนวรับของทีมให้เหนียวแน่นขึ้นได้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาแย้มว่าอาร์เซนอลต้องกล้าเล่นและมีความมั่นใจมากกว่านี้ “ เรายังขาดความมั่นใจและคู่ต่อสู้ก็อ่านทางเราออก เราทำแต้มหล่นหายไปหลายคะแนน แต่อาร์เซนอลเต็มไปด้วยนักสู้เราไม่ยอมย่ำอยู่กับที่อยู่แล้ว ทีมจะกลับมาแข็งแกร่งในไม่ช้า เราต้องรักษาความมั่นใจในทุกตำแหน่ง กองหลังก็เช่นกันเราต้องแสดงให้ทีมอื่นๆเห็นว่าไม่ใช่จะมาแย่งบอลได้ง่ายๆ เราต้องเล่นเสี่ยงบ้าง และผมเองก็ต้องการพิสูจน์ตัวเองกับทีมเช่นกันว่าผมดีพอที่จะพาอาร์เซนอลไปถึงจุดนั้นได้ ”

    เมื่อถูกถามถึงสภาพร่างกายที่แฟนบอลบางกลุ่มโจมตีว่าลุยซ์ได้ผ่านจุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้งไปแล้ว กองหลังหัวฟูรีบปฏิเสธทันที “ ไม่เลย สภาพร่างกายผมตอนนี้เยี่ยมกว่าตอนอยู่ปารีสด้วยซ้ำ เมื่อผลงานอาร์เซนอลไม่ดีพวกเค้าก็มักจะเสาะหาประเด็นพูดกันไปเรื่อยแต่ผมไม่เคยเอามาใส่ใจหรอก ”   

แมนยู สลดบ่อนเปิดหงส์เป็นต่อทั้งที่มาเยือนครั้งแรกในรอบ27ปี

แมนยู

   ปกติเกมแดงเดือดก็มักจะมีประเด็นให้จับตามองกันอย่างมากมายอยู่แล้ว แต่การพบกันระหว่างแมนยูฯและลิเวอร์พูลในสุดสัปดาห์นี้กำลังจะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ในวงการพนันเมืองผู้ดี เมื่อเว็บพนันในอังกฤษต่างพร้อมกันเปิดราคาให้หงส์ที่เป็นฝ่ายมาเยือนเป็นต่อเจ้าบ้านปีศาจแดง ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก หรืออีกนัยนึงเท่ากับว่านับตั้งแต่ลีกฟุตบอลของประเทศอังกฤษเปลี่ยนชื่อในปี1992อันเป็นเวลากว่า27ปีลิเวอร์พูลไม่ได้เคยได้รับความเชื่อมั่นว่าจะบุกสร้างความกดดันให้กับอสูรแดงได้ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดได้เลย

   โดยหากเปรียบเทียบเมื่อการพบกันในครั้งก่อนช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ลิเวอร์พูลก็ยังทำผลงานได้ดีและอันดับในตารางที่สูงกว่าแต่บรรดาบ่อนพนันก็ยังเปิดราคาให้ทีมหงส์แดงเป็นรองที่6/5(วางเดิมพัน5ได้รับรางวัล6)ในขณะที่เกมวันอาทิตย์ที่20ต.ค.นี้ลิเวอร์พูลถูกยกราคาให้เป็น4/5(วางเดิมพัน5ได้รับรางวัล4)อันสะท้อนให้เห็นแล้วว่าบรรดาบ่อนทั้งหลายในอังกฤษต่างยอมรับร่วมกันแล้วว่าลิเวอร์พูลในยุคนี้อยู่เหนือปีศาจแดงอย่างเด็ดขาด ซ้ำร้ายยังได้มีการเปิดเผยถึงอัตราการลดเงินรางวัลสำหรับการตกชั้นของปีศาจแดง(สะท้อนว่าบ่อนพนันเชื่อว่าโอกาสที่แมนยูฯจะตกชั้นนั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้)เป็น50/1 (วางเดิมพัน1ได้รับรางวัล50)ทั้งที่ก่อนเปิดฤดูกาลอัตราต่อรองอยู่ที่2,000/1(วางเดิมพัน1ได้รับรางวัล2,000)

แมนยู สภาพทีมพิการหนักมากเป็นเหตุบ่อนเทใจไปถือหางลิเวอร์พูล

   ทั้งที่ผลงานก่อนหน้าของปีศาจแดงก็เป็นรองลิเวอร์พูลผู้มาเยือนอยู่เป็นทุนแล้ว โดยสถิติการทำประตูของเจ้าบ้านที่ในปีนี้ยิงประตูได้ไม่เกินแม็ตซ์ละหนึ่งลูกเท่านั้นตลอด7เกมหลังสุดของในพรีเมียร์ลีก(8นัดยิง9ประตู) ในขณะที่ลิเวอร์พูลมีค่าเฉลี่ยการยิงประตูที่มากกว่าถึงสองเท่า(8นัดยิง20ประตู) และนอกจากเกมรุกจะดุไม่เท่าแล้วอสูรแดงยังมาเสียจอมหนึบอย่างดาบิด เด เคอาที่เจ็บจากการรับใช้ทีมชาติสเปนอีกต่างหาก นั่นเท่ากับว่าโซลชาจะขาดผู้เล่นตัวหลักในแทบจะทุกตำแหน่งเลยทีเดียว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ปีศาจไม่มีทั้งปอล ป็อกบา,ลุค ชอร์,วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ,ฟิล โจนส์ และอารอน วาน-บิสซาก้าที่ยังไม่พร้อมลงสนามด้วยกันทั้งหมด  และส่งผลให้บ่อนพนันทั้งหลายไม่เชื่อน้ำยาว่าแมนยูฯจะต้านทานเกมรุกอันสุดสะเด่าของลูกทีมเจอร์เกน คล็อปป์ได้อย่างแน่นอน

เมอร์เท่นส์ ยันไม่คิดหนีเนเปิลส์จะอยู่ต่อจนกว่าจะได้แชมป์

เมอร์เท่นส์

    ดรีส์ เมอร์เท่นส์แนวรุกดีกรีทีมชาติเบลเยี่ยมได้ประกาศต่อหน้าธารกำนัลว่าพร้อมจะยืดสัญญากับทีมนาโปลีออกไปอย่างแน่นอนหากว่ามีข้อเสนอเข้ามาให้พิจารณา ทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่าเค้าไม่คิดจะย้ายไปไหนทั้งนั้นตราบที่ยังไม่สามารถพาทีมอัตซูร่าคว้าแชมป์กัลโช่ฯให้ได้เสียก่อน

   “ ผมยังอยากเล่นให้นาโปลีต่อไปเรื่อยๆ แน่นอนการที่สัญญาผมใกล้จะหมดในอีกไม่กี่เดือนมันทำให้นักข่าวอิตาลี่มีประเด็นให้เขียนกันอย่างสนุกสนาน แต่มันไม่มีความหมายกับผม ผมโฟกัสเพียงการทำผลงานให้ดีเท่านั้น ปีนี้เราได้ผู้เล่นดีๆมาหลายคน แน่นอนว่าเราอยากชนะให้มากที่สุด และเราอยากคว้าแชมป์ลีก มันรู้สึกฮึกเหิมเมื่อเราสู้กับยูเวนตุสได้อย่างสนุก(นาโปลีแพ้3-4)แม้ว่าเราจะไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ แต่มันยังมีแต้มให้เราเก็บอีกมากและนาโปลีจะไม่ถอดใจ ผมยังเชื่อมั่นว่าผมจะได้เป็นแชมป์ลีกกับนาโปลีซักครั้ง ไม่ว่ามันจะเป็นเมื่อไหร่ขอแค่ผมยังไหวผมจะอยู่รอวันนั้น ” เมอร์เท่นส์กล่าวอย่างมุ่งมั่นแม้ว่าสัญญากับนาโปลีจะกำลังหมดลงในอีกไม่กี่เดือน(มิถุนายน2020)ก็ตาม

เมอร์เท่นส์ เบ่งอายุเท่าไหร่ก็ช่างแต่ยังฟิตปั๋งพร้อมทำผลงาน

    แม้อายุจะเข้าสู่วัย32กะรัต ทว่าดรีส์ เมอร์เท่นส์ก็ยังเชื่อมั่นว่าสภาพร่างกายยังสมบูรณ์และจะเป็นประโยชน์ต่อนาโปลีอย่างแน่นอน “ ผมยังรู้สึกแข็งแรงดี แข้งขาผมก็ยังตอบสนองได้เต็มที่ ถ้าจะบอกว่าผมไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นนักเตะอายุ32เลยคุณก็อาจจะคิดว่าผมโม้ แต่มันคือเรื่องจริง ผมยังสามารถเล่นฟุตบอลในระดับสูงกับนาโปลีได้อีกนาน ”

    โดยนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมนาโปลีในปี2013 ดรีส์ เมอร์เท่นส์ซัดไปแล้ว114ประตู ชนิดที่เรียกว่ามีโอกาสสูงที่จะทำสถิติยิงประตูแซงหน้าตำนานของทีมอย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า “ การเปรียบเทียบสถิติกับมาราโดน่าเป็นอะไรที่ทำให้ผมภาคภูมิใจ เค้าคือพระเจ้าของแฟนบอลอัตซูร่า แต่ผมคงยินดีได้ไม่เต็มภาคภูมิหรอกหากยังไม่สามารถพานาโปลีคว้าแชมป์กัลโช่ นั่นต่างหากที่สำคัญกว่าเรื่องการทำลายสถิติ ผมอยากฉลองแชมป์ลีกกับแฟนบอลของเรา ” โดยดรีส์ เมอร์เท่นส์เคยได้แชมป์โคปา อิตาเรีย และซุปเปอร์โคปา อิตาเรียกับนาโปลีมาแล้วอย่างละสมัย ทว่าความหวังสูงสุดของปีกตัวจี๊ดรายนี้ก็ยังคงเป็นการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอาให้สำเร็จซักครั้งในช่วงชีวิตการค้าแข้ง

เปเป้ ยังเทพได้กว่านี้เอเมรี่วอนแฟนปืนเข้าใจและอดทนอีกนิด

เปเป้

     ในบรรดาผู้เล่นใหม่ของอาร์เซนอล นิโกล่า เปเป้จัดว่าเป็นผู้เล่นที่กำลังอยู่ในภาวะกดดันมากกว่าเพื่อนเนื่องจากเจ้าตัวย้ายทีมมาด้วยค่าตัวมหาศาล(67.5ล้านปอนด์)แต่ทว่าผลงานเป็นชิ้นเป็นอันแบบจับต้องได้ยังไม่มี ร้อนให้เจ้านายอย่างอูไน เอเมรี่ต้องออกมาปกป้องเป็นการด่วน

     “ มีคนบอกว่าเปเป้กำลังอยู่ในสถานการณ์กดดันซึ่งผมเห็น ด้วยไม่ว่าจะเป็นเปเป้หรือใครๆ เมื่อคุณเล่นให้ทีมอาเซนอล ความกดดันย่อมรายล้อมคุณ ต่อให้เป็นโอบาเมยองที่ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำแต่ทุกครั้งที่ได้ลงสนามผมว่าเค้าก็ยังได้รับความกดดันไม่แพ้กันหรอก แต่เปเป้นั้นมันแตกต่างออกไป เค้าแข็งแกร่งพอ เค้ามีคุณสมบัติที่จะสร้างความแตกต่างนั่นคือเหตุผลที่เค้าได้มาอยู่กับเรา แต่สำหรับนักเตะที่ย้ายมาอังกฤษในปีแรกมันไม่มีอะไรง่าย เปเป้ก็รับรู้แต่เค้าก็ยังตัดสินใจมาอยู่กับอาร์เซนอล สิ่งนี้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเค้ามีจิตใจเข็มแข็ง และเค้าจะกลายเป็นที่รักของแฟนบอลในไม่ช้า ” เอเมรี่ช่วยลดความกดดันที่มายังเปเป้

คีโอห์นหนุนยังเร็วไปที่บอกว่าแป้กแต่ยอมรับว่า เปเป้ ยังไม่นิ่งพอ

    มาติน คีโอห์นอดีตกองหลังของอาเซนอลยุค90ได้ออกมาพูดถึงฟอร์มการเล่นของเปเป้เช่นกัน “ เค้า(เปเป้)เริ่มต้นกับอาร์เซนอลได้อย่างดี ถ้าจำนวนประตูและแอสซิสต์จากเค้ามาไวกว่านี้ อะไรๆก็น่าจะลงตัวกว่านี้ แต่เมื่อเปเป้ได้ลงเล่นต่อเนื่องแต่กลับยังไม่มีผลงาน มันก็กลายเค้ามีความกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ มันชัดเจนว่าเปเป้ยังไม่ลงตัว เค้าจำเป็นต้องทำสกอร์จากการเล่นแบบโอเพ่นเพลย์(เปเป้ยิงประตูแรกด้วยการสังหารจุดโทษ) แต่ก็ต้องบอกตรงๆว่าเค้ามีแววหลายอย่างที่น่ากลัว เช่น การเลี้ยงผ่านผู้เล่น่ฝ่ายตรงข้ามแบบดื้อ และความกล้าที่จะพาบอลไปข้างหน้า ซึ่งซีซั่นที่แล้วเรา(อาร์เซนอล)ขาดแคลนผู้เล่นประเภทนี้ ”

   “ ผมยังเอาใจช่วยเปเป้นะ การจ่ายค่าตัวนักเตะไปอย่างมหาศาลไม่ได้หมายความแปลว่าเค้าต้องทำแฮตทริกตั้งแต่นัดเปิดตัว อย่างอองรีก่อนที่เค้าจะเป็นตำนานที่นี่เค้าก็ยังต้องใช้เวลาอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นมันด่วนสรุปไปมากถ้าตัดสินใจเปเป้ว่าไม่ดีพอ เค้ายังอาจต้องการเวลาอีกซักเล็กน้อย เราคงต้องดูกันต่อไป ” มาติน คีโอห์นแข้งรุ่นใหญ่ของทีมปืนโตขอความเห็นใจให้เปเป้

ลิเวอร์พูล อาจถึงอลาริโอ้หอกห้างยาเติมกระสุนเพิ่มมิติใหม่เกมรุก

ลิเวอร์พูล

    ลิเวอร์พูลยังคงนำเป็นจ่าฝูงต่อไปหลังจากเกมการแข่งขันนัดที่7ของพรีเมียร์ลีก ภายหลังจากเอาชนะเชฟฟิลด์ยูไนเต็ดไปได้1-0 แม้ว่าเกมนี้แนวรุกสามประสานอย่างซาดิโอ มาเน่,โมฮัมเหม็ด ซาล่า และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่จะเล่นไม่ออกเลยก็ตาม อย่างไรก็ดีสำหรับกุนซือสมองเพชรระดับเจอร์เกน คล็อปป์ย่อมเล็งเห็นแล้วว่าหงส์แดงจำเป็นต้องเพิ่มการเข้าทำให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อจะรับมือกับแท็กติกอุดแหลกของคู่แข่งในบางโอกาส และนั่นหมายถึงชาวเดอะค็อปอาจจะได้กองหน้าคนใหม่นามว่า ลูคัส อลาริโอ้มาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

    แม้สามประสานของหงส์แดงที่ประกอบด้วยซาดิโอ มาเน่,โมฮัมเหม็ด ซาล่า และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่จะได้รับการยกย่องว่าเป็นแนวรุกที่อันตรายที่สุดในพรีเมียร์ลีก ทว่าในเกมที่พวกเค้าต้องลงเล่นกับทีมดาบคู่(ฉายาของเชฟฟิลด์ยูไนเต็ด)ปรากฎว่าพวกเค้าต่างโดนสกัดกั้นจนไม่สามารถเล่นได้อย่างถนัด จุดนี้เองที่ทำให้เจอร์เกน คล็อปป์ได้ฉุกคิดว่าพวกเค้าจำเป็นต้องมีกองหน้าประเภทที่มักอยู่ถูกที่ถูกเวลา และใช้โอกาสไม่เปลืองมาเพิ่มเป็นทางเลือกหากยังหวังที่จะลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และลูคัส อลาริโอ้กองหน้าของไบเออร์ เลเวอคูเซ่นก็เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์มีคุณสมบัติตามที่กุนซือชาวเยอรมันต้องการอย่างครบถ้วน

อลาริโอ้คู่ควรทั้งสไตล์การเล่นทั้งเป็นสาวก  ลิเวอร์พูล มาแต่เดิม

    ลูคัส อลาริโอ้มีชื่อเสียงโด่งดังมาตั้งแต่สมัยค้าแข้งในบ้านเกิดกับริเวอร์เพลท เนื่องจากเค้ายิงไปถึง33ประตูและทำอีก10แอสซิสต์จากการลงเล่น74แม็ตซ์ จนนำพาให้ทีมห้างขายยาแห่งเมืองเบียร์กระชากตัวมาร่วมทีมในปี2017 จากนั้นเจ้าตัวก็ใช้เวลาปรับตัวในบุนเดสลีก้าอยู่พักใหญ่ก่อนจะกลายเป็นกำลังสำคัญของไบเออร์ เลเวอคูเซ่นในที่สุด โดยดาวยิงวัย26ปีมีสัญชาตญาณการทำประตูอย่างเป็นธรรมชาติ และมักอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอ จนทำให้ปัจจุบันอลาริโอ้ยิงประตูมาแล้ว25ประตูและทำทางอีก9แอสซิสต์จากการลงสนาม69เกม และกำลังตกเป็นเป้าหมายที่ลิเวอร์ต้องการตัว

   อีกทั้งตัวอลาริโอ้เองก็ดูจะมีใจชอบพอหงส์แดงอยู่แต่เดิม เพราะสมัยที่ยังค้าแข้งกับริเวอร์เพลท เจ้าตัวก็เอ่ยออกมาโปรยสเน่ห์ให้กับลิเวอร์พูลมาแล้วด้วยการประกาศว่าหากวันใดที่มีโอกาสเลือกมาเล่นในพรีเมียร์ลีกเค้าจะขอลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลเพียงทีมเดียวเท่านั้น ทั้งยังกล่าวติดตลกว่าเวลาเล่นเกมฟีฟ่าเค้าก็เลือกเล่นแต่ทีมลิเวอร์พูลตลอดมาอีกต่างหาก

สเปอร์ส ลาคาราบาคัพก่อนเพื่อนแพ้ดวลโทษโคลเชสเตอร์ทีมลีกทู

สเปอร์ส

    ชักไม่สวยแล้วสำหรับผลงานของสเปอร์สที่สามเกมหลังสุดพวกเค้าไม่ชนะใครเลย เริ่มตั้งแต่เสมอโอลิมเปียกอส2-2(ศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก),แพ้เลสเตอร์1-2 (พรีเมียร์ลีก)และตามมาด้วยการเสมอโคลเชสเตอร์แบบโนสกอร์(0-0)ก่อนจะพ่ายการยิงลูกจุดโทษไป3-4(คาราบาวคัพ)จนนำพาให้สาวกไก่ชักไม่ปลื้มเสียแล้ว เนื่องจากความพ่ายแพ้เกมหลังสุดเป็นการพ่ายแพ้ให้กับทีมในระดับลีกทูซึ่งห่างกันถึงสามดิวิชั่น และเมาริซิโอ โปรเชตติโน่ก็กำลังมึนอย่างหนักกับผลงานอันตกต่ำของลูกทีม

   สเปอร์สปรับทัพหลายตำแหน่งแต่ก็ยังมีผู้เล่นที่มีชื่อชั้นอย่าง เอริต ไดเออร์,ดาวิซอน ซานเชส,ลูคัส มูร่า,เดเล่ อัลลี่ และวิคเตอร์ วัลยาม่า ซึ่งก็น่าจะดีพอที่จะเอาชนะโคลเชสเตอร์ได้สบายๆทว่าไก่เดือยทองก็ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสยิงกว่า24ครั้งตลอดเกมให้เป็นประตูได้เลย ทำให้เกมต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษกัน ซึ่งคริสเตียน เอริคเซ่น และลูคัส มูร่าที่ยิงพลาดจนทำให้ทีมจากลีกทูเอาชนะในการดวลเป้า4-3 กลายเป็นทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์ทีมแรกที่ตกรอบคาราบาวคัพในซีซั่น

โปรเชตติโน่ไบ้รับประทาน สเปอร์ส ฝืดโครตปิดเกมไม่ได้จนตกม้าตายเอง

    เมาริซิโอ โปรเชตติโน่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่าเค้าพูดไม่ออกเลยกับผลงานของลูกทีมในวันนี้ “ ผมพยายามหาคำอธิบายว่าการมีโอกาสยิงมากกว่า20กว่าครั้งแต่ไม่เป็นประตูมันมาจากอะไร ผมก็ยังหาคำตอบไม่เจอเหมือนกัน เราเคยเฉียบคมกว่านี้ เราคงต้องทบทวนเรื่องแรงกระตุ้นกันใหม่ ต้องขอยกเครดิตให้กับโคลเชสเตอร์ด้วย พวกเค้าสู้ได้ดี พวกเค้ารักษาโอกาสไว้เพื่อรอถึงการดวลจุดโทษ แล้วพวกคุณก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เราคงต้องลืมความพ่ายแพ้ในวันนี้เพื่อกลับมาสู้ต่อในรายการอื่นๆที่เหลือ เวลาของเราในคาราบาวคัพจบไปแล้ว ”

   ซีซั่นนี้สเปอร์สได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นตัวทรอดแทรกในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ทว่าเอาเข้าจริงทัพไก่เดือยทองกลับไม่สม่ำเสมอพอ ด้วยผลงานการชนะ2เสมอ2และแพ้2 รั้งเพียงอันดับ7ของตารางเท่านั้น โดยกูรูลูกหนังต่างลงความเห็นว่าสเปอร์สจัดการเรื่องการซื้อเข้าขายออกผู้เล่นได้อย่างหละหลวมเมื่อพวกเค้าปล่อยตัวคีแรน ทริปเปียร์ออกไปทั้งที่ยังไม่มีใครแทนได้ ทำให้เกมรับฝั่งขวากลายเป็นปัญหาไป รวมไปถึงการไม่สามารถดึงผู้เล่นสตาร์เข้ามาร่วมทีมจนทำให้จอมทัพอย่างคริสเตียน เอริคเซ่นก็ส่อแววจะอำลาทีมไปอีกคน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ส่งผลโดยตรงกับความคงเส้นคงวาของสเปร์สในปีนี้

รีลมาดริด ฟอร์มเเย่!!ซีดานอาจกำลังคิดหรือเป็นเราที่อาจต้องอำลาชุดขาวก่อนเบล?

รีลมาดริด

   บางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกกับคุณ! นี่คือสิ่งที่แกเร็ธ เบลบอกกับตัวเองในช่วงปรีซีซั่นที่เค้าต้องโดนเทรนเนอร์ซีนาดีน ซีดานกดดันให้ย้ายทีมออกไป แต่ปีกชาวเวลส์เหมือนชะตายังไม่ถึงฆาตเมื่อไม่มีทีมไหนที่สามารถแบกค่าเหนื่อยอันมหาศาลของเค้าได้เลยและนั่นทำให้เบลยังคงอยู่ยงคงกระพันกับรีลมาดริดต่อไปแม้ความเหม็นขี้หน้าระหว่างเจ้านาย(ซีดาน)จะยังไม่หายไป ทว่าหลังเปิดฤดูกาลมาได้เพียงไม่ครบสองเดือนดูเหมือนว่ากระแสจะย้อนกลับไปหาตัวซีดานเองซะแล้ว เมื่อเค้าพาทีมบุกไปพ่ายปารีส แซงต์ แชร์กแมงอย่างหมดรูป0-3 ตามมาด้วยกระแสเรียกร้องให้ซีดานลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม

    หากบอกว่าสกอร์0-3มันอับอายจนรับไม่ไหวแล้วละก็ บอกได้เลยว่ายัง…ยังเจ็บได้อีก เมื่อเจาะลงไปในรายละเอียดของเกมนี้ที่ราชันย์ชุดขาวมีโอกาสยิง8ครั้งและพวกเค้ายิงไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตรงนี้ทำให้แฟนบอลรีลมาดริดแทบจะขยี้ตาครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อมองจำนวนการยิงเข้ากรอบจากแม๊ตซ์อัปยศที่มันลงเอยด้วยเลข0 ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับทีมที่มีนักเตะซุปเปอร์สตาร์ล้นทีม อาทิ แกเร็ธ เบล,เอแด็น อาซาร์,คาริม เบนเซม่า,ฮาเมส โรดริเกซ หรือโทนี่ โครส นี่มันเป็นการส่งสัญญาณของนักเตะหรือเปล่า? พวกเค้าไม่มีความสุขกับเกมการเล่น? พวกเค้าไม่เข้าใจแท็กติก? หรือพวกเค้าไม่อยากลงเล่นให้กับซีดานอีกแล้ว?

รีลมาดริด น่าอาย!แม็ตซ์แรกในรอบ578เกมที่ยิงไม่เข้ากรอบเลย

  เมื่อย้อนกลับไปดูสถิติเก่าๆ ก็ยิ่งเจ็บปวดเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบ578เกมที่รีล มาดริดลงเอยด้วยการยิงเข้ากรอบเป็นศูนย์ ซึ่งแฟนบอลยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทั้งแนวรุกมีทั้ง อาซาร์,เบล และเบนเซม่าแต่ทำไมถึงสร้างโอกาสกันไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน และนั่นทำให้ซีดานต้องเจอกับสถานการณ์เก้าอี้ร้อน(มีโอกาสจะโดนไล่ออก)อย่างเลี่ยงไม่ได้

     โดยแฟนบอลบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่านักเตะในทีมอาจไม่ปลื้มที่จะลงเล่นให้ซีนาดีน ซีดานแล้วก็เป็นได้ เนื่องจากพวกเค้ามองว่าเทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสนั้นแข็งกร้าวเกินไปจนหลายครั้งมันกระทบกระเทือนกับสปริริตในทีม ยกตัวอย่างเช่น การพยายามตัดแกเร็ธ เบลอออกจากสารบบของทีม หรือการบอกกับต้นสังกัดว่าไม่อยากใช้งานลูก้า โยวิชทั้งๆที่ฟรอเลนติโน่ เปเลซเพิ่งจะซื้อตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัวมหาศาล(60ล้านยูโร)ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้นักเตะมองว่าซีดานหยิ่งผยองเกินกว่าที่พวกเค้าจะยอมถวายงานรับใช้นั่นเอง

แมนซิตี้ ชวดใช้ลาป๊อร์กยันปีหน้าใจชื้นใกล้วาระเมนดี้คืนสนาม

แมนซิตี้

   ทั้งที่อยู่ในช่วงต้นซีซั่นแท้ๆทว่าแมนซิตี้กลับประสบปัญหาในแนวรับเสียก่อนใครเพื่อนเมื่อเอเมริค ลาป๊อร์กแนวรับตัวแกร่งได้รับบาดเจ็บหนักที่บริเวณหัวเข่าจนอดช่วยทีมอย่างน้อย5เดือน โดยก่อนหน้านี้จอห์น สโตนแนวรับตัวทีมชาติอังกฤษก็มีอาการบาดเจ็บไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งพอลาป๊อร์กมาเจ็บเพิ่มก็กลายเป็นที่น่าห่วงว่าผลงานของทีมตราเรือใบจะขาดตอนหรือไม่เมื่อพวกเค้ากำลังหวังไล่ทวงบัลลังก์จ่าฝูงคืนจากลิเวอร์พูล(ตามหลังอยู่2แต้ม)

   กระนั้นเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ยังมองโลกในแง่ดีกับสถานการณ์ที่ต้องขาดแนวรับตัวหลักไปอีกหนึ่งราย “ โชคร้ายสำหรับเอเมริคเค้ากำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี เราพยายามมองโลกในแง่ดีที่เค้าผ่านการผ่าตัดหัวเข่ามาแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และลาป๊อร์กก็ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ เค้าต้องพักฝื้นอีกอย่างนานผมคิดว่าเราน่าจะได้ใช้งานเค้าอีกทีก็คงปีหน้าเลย(คาดการว่าต้องพักราว5-6เดือน) แต่เมนดี้กำลังกลับมาซ้อมได้ในอีกราว2สัปดาห์ มันเป็นข่าวดี ”

เป๊ปยังเชื่อลูกทีม แมนซิตี้ ฟอร์มไม่ตกแม้ต้องปรับแนวรับขนานใหญ่

   ในแม็ตซ์ล่าสุดเป๊ป กวาร์ดิโอล่าขาดแคลนกองหลังอย่างหนักเนื่องจากจอห์น สโตนก็ยังไม่สมบูรณ์ทำให้ต้องปรับแฟนันดินโญ่กองกลางตัวรับลงไปยืนเป็นกองหลังแทน ซึ่งคาดการว่าโปรแกรมพรีเมียร์ลีกนัดถัดไปที่แมนซิตี้ต้องบุกไปเยือนนอริสพวกเค้าก็ยังต้องใช้แฟนันดินโญ่ยืนหลังต่อไป “ ผมชอบแนวทางการเล่นที่ยืดหยุ่นและลูกทีมของผมก็มีศักยภาพที่จะจัดการเรื่องนี้ อย่างแฟนันดินโญ่ก็ทำผลงานได้ดีในเกมที่แล้ว เค้าช่วยให้เราเก็บคลีนชีต ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องผู้เล่น แต่ผมคิดว่าแมนซิตี้จะได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ ”

   อย่างไรก็ตามเป๊ป กวาร์ดิโอล่าขึ้นชื่อว่ามีแนวคิดที่แปลกแหวกแนวอย่างมาก ทำให้คาดเดาไม่ออกเหมือนกันว่าเทรนเนอร์ชาวสเปนจะจัดการกับวิกฤตการณ์นี้อย่างไร เพราะในรายของไคล วอคเกอร์ที่เป็นแบ๊คขวานั้นก็สามารถหุบมายืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟได้ หรือการจะปรับแฟนันดินโญ่ลงมายืนคุมเกม แต่ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนก็คงไม่ส่งผลกระทบต่อทีมมากนักเพราะเกมรุกของพวกเค้ากำลังร้อนแรงอย่างมากโดยเฉพาะเควิน เดอ บรอยด์ที่เวลานี้กำลังฟอร์มพีกสุดๆแต่ละนัดมีชอตสวยๆทั้งแอตซิสต์ และยิงประตู จนทำให้แฟนบอลเรือใบไม่ค่อยกังวลกับปัญหาในแนวรับครั้งนี้มากนัก