แอตมาดริด ชักไม่ปลื้มซิเมโอเน่หลังผลงานซีซั่นนี้ชักไม่เข้าเป้า

แอตมาดริด

     ในช่วงปรีซีซั่นแอตเลติโก้มาดริดใช้งบเสริมทัพไปมากกว่า180ล้านยูโรเพื่อแลกกับการได้ตัวชูเอา เฟลิกซ์,คีแรน ทริปเปียร์ และมาร์กอส ยอเรนเต้ แต่เมื่อจ่ายเงินไปเยอะความคาดหวังในผลงานก็ย่อมสูงตาม นำพาให้บอร์ดบริหารรู้สึกไม่ยินดีกับผลงานปัจจุบันที่ทีมเพิ่งจะรั้งอยู่อันดับ6ของตารางลาลีก้าเท่านั้น

     สื่อแดนกระทิงระบุว่าบอร์ดบริหารตราหมีที่หวังสูง(หวังถึงชนะ)ถึงโอกาสลุ้นแชมป์ลาลีก้า ทว่าในเกมล่าสุดที่พวกเค้าเปิดรังวานต้า เมโตรโปรีตาโน่พ่ายต่อบาเซโลน่าไป0-1 ก็ทำให้โดนทีมคู่แข่งทำแต้มหนีไปถึง6คะแนน(ถ้าชนะจะมีแต้มเท่ากับบาซ่า) ก็ทำให้บอร์ดบริหารชักจะไม่ปลื้มกับผลงานของดีเอโก้ ซิเมโอเน่เสียแล้ว เนื่องจากพวกเค้ามองว่าซีซั่นนี้สโมสรได้สนับสนุนงบประมาณทำทีมให้กับเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์อย่างสุดตัว แต่สิ่งที่สโมสรได้กลับมากลับไม่เข้าเป้าเอาเสียเลย

     แอตมาดริดลงเล่นในโปรแกรมลาลีก้าไปแล้ว15นัดปรากฎว่าพวกเค้าเอาชนะได้เพียง6เกม แม้จะแพ้แค่2นัดแต่ก็พลาดเสมอไปมากถึง7เกมจนทำให้อันดับของทีมตราหมีหล่นมาอยู่กลางตารางซึ่งไม่เป็นที่ประทับใจสำหรับบอร์ดบริหาร จนมีข่าวล่ามาแรงว่าดีเอโก้ ซิเมโอเน่กุนซือคนดังอาจถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมก็เป็นได้หากว่าก่อนจะถึงปีใหม่นี้ผลงานยังไม่กระเตื้อง

แอตมาดริด โดนสะกิดปลดเอลโชโล่ทีมจะยิ่งตกต่ำไปกว่านี้อีกโข

    ขณะเดียวกันสื่อในสเปนต่างตั้งข้อสังเกตว่าในซีซั่นนี้ทีมตราหมีต้องพบกับการเปลี่ยนแปลงอย่างหนักเมื่อนักเตะตัวเก๋าที่เคยประสบความสำเร็จกับทีมต่างพากันอำลาสทีมไปพร้อมกัน อาทิ ดีเอโก้ โกดิน,ฆวนฟราน,อ็องตวน กรีซมันน์,โรดี้ และลูก้า แอร์กน็องเดซ ทำให้ดีเอโก้ ซิเมโอเน่จำต้องหลอมหลวมผู้เล่นที่เหลือกับแข้งใหม่ที่เพิ่งซื้อเข้ามาให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แม้จะยังไม่เข้าที่เข้าทางนักแต่ก็ถือว่าทำได้ไม่เลวเมื่อมองจากผลงานความปราชัยที่แพ้ไปเพียงแค่2เกมเท่านั้น   

    สื่อกระทิงยังเตือนแอตมาดริดว่าควรอดทนและให้เวลาเทรนเนอร์ชาวอาร์เจนไตน์อีกนิด เพราะมีซิเมโอเน่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้สปริริตในทีมตราหมีกลับมาเหนียวแน่นได้ แต่หากปลดกุนซือรายนี้ออกไปสโมสรอาจไม่สามารถกลับมาต่อกรกับบาซ่า และรีล มาดริดได้อีกเลยก็เป็นได้

มูรินโญ่ เผยไก่เงินไม่หนาอดคว้าแข้งระดับสตาร์ช่วงปีใหม่

มูรินโญ่

     ทันที่ที่โชเซ่ มูรินโญ่เข้ามารับงานผู้จัดการทีมสเปอร์ส แฟนบอลไก่เดือยทองต่างตั้งความหวังว่าชื่อชั้นของกุนซือชาวโปรตุเกสจะดึงดูดแข้งดังเข้ามาร่วมทีมได้ ทว่าดูเหมือนความฝันดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอนเมื่อมูรินโญ่ออกมายอมรับว่าสโมสรที่แผนการเสริมทัพอยู่แล้วทว่าคงไม่ใช่บิ๊กดีลเนื่องจากทีมไม่ได้มีงบประมาณรองรับในภารกิจนี้มากมายนัก

     มูรินโญ่เข้ามามาทำงานแทนที่เมาริซิโอ โปรเช็ตติโน่ ทำให้สเปอร์สต้องจ่ายเงินค่าชดเชยสูงถึง12.5ล้านปอนด์และเม็ดเงินที่สูญไปก็ส่งผลกระทบต่องบประมาณการเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคมโดยตรง  “ สเปอร์สมีเป้าหมายในระดับสูง ตอนนี้ทั้งผลและนักเตะต่างทำงานกันอย่างหนัก ผมอาจมองหานักเตะใหม่ในช่วงเปิดตลาด แต่มันคงไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์ เราไม่ใช่ทีมที่จะสามารถเซ็นสัญญากับใครก็ได้ สเปอร์สมองหานักเตะที่สมเหตุสมผลทั้งในแง่ฝีเท้าและค่าตัว มันเป็นดีลที่ท้าทาย เราต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ” มูรินโญ่เผยถึงแนวทางการเสริมทัพกับสโมสรใหม่

     จากคำกล่าวที่มูรินโญ่ได้แถลงไว้ทำให้เหล่าแฟนบอลต่างจับตามองสเปอร์สมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่แล้วๆมานายใหญ่ฝีปากกล้ามักอยู่ในสถานการณ์ที่จับจ่ายซื้อนักเตะได้อย่างสบายมือ ทำให้มูรินโญ่มักได้ร่วมงานกับนักเตะที่มีความเก่งกาจแบบฉบับพร้อมใช้งานมาตลอด แต่เมื่อมารับงานใหม่กับสเปอร์สดูเหมือนว่านายใหญ่วัย56ปีจะต้องเปลี่ยนสูตรมาเป็นการซื้อนักเตะดีกรีธรรมดาเพื่อมาปั้นต่อ ซึ่งเป็นภาพที่เราแทบจะไม่เคยเห็นมูรินโญ่ปั้นนักเตะโนเนมให้ปังมาก่อนเลย

มูรินโญ่ ยอมรับชอบใจแฟนานเดสแต่คงไม่ได้ร่วมงานกันในสีเสื้อไก่

     สิ่งที่ตามมาอีกประการคือข่าวการเชื่อมโยงระหว่างสเปอร์สกับ บรูโน่ แฟนานเดซคงมีอันโมฆะไปด้วยเช่นกัน “ ผมประทับใจฝีเท้าของบรูโน่ แต่เราคงไม่ได้เซ็นสัญญากับเค้า เค้าเป็นนักเตะรับคุณภาพมันทำให้ค่าตัวของเค้าอยู่ในระดับที่สูงลิบ และเม็ดเงินระดับนั้นมันไม่สอดคล้องกับแนวทางของสเปอร์ส ” มูรินโญ่ยอมรับอย่างเสียดาย

     โดยหนึ่งในเหตุผลที่สเปอร์สยอมถอดใจกับการล่าตัวบรูโน่ แฟนานเดซเนื่องจากนักเตะเพิ่งทำการต่อสัญญากับต้นสังกัดสปอร์ติ้ง ลิสบอนออกไปเมื่อไม่นานมานี้ จนทำให้ค่าฉีกสัญญาของแฟนานเดซขยับสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว(เดิมค่าตัว50ล้านปอนด์แต่ ณ ตอนนี้ค่าตัวอยู่ราว80ล้านปอนด์)และบอร์ดบริหารของสเปอร์สก็ไม่สะดวกใจที่จะยื่นข้อเสนอที่แพงลิบตามที่ทีมดังจากลีกโปรตุเกสต้องการ

ยูเวนตุส หน้ามืดซามี่เคดิร่าเข่าพังอดลงสนามอย่างน้อย3เดือน

ยูเวนตุส

    เมาริซิโอ ซารี่นายใหญ่ยูเวนตุสได้รับข่าวร้ายแบบสุดๆเมื่อซามี่ เคดิร่ามิดฟิลด์ประสบการณ์สูงต้องเข้ารับการผ่าตัดที่บริเวณหัวเข่าหลังจากมีอาการบาดเจ็บรุมเร้ามานาน และทำให้ตามมาด้วยการต้องพักฟื้นอีกอย่างน้อย3เดือนด้วยกัน

     ซามี่ เคดิร่าถือว่าเป็นกองกลางตัวหลักที่ซารี่ให้โอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งล่าสุดเจ้าตัวได้หลุดจากทีมไปในเกมเสมอซาสซูโอโล่2-2 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า โดยภายหลังเมื่อทีมแพทย์วินิจฉัยอย่างละเอียดก็ได้ตัดสินใจส่งตัวมิดฟิลด์ชาวเยอรมันเข้ารับการผ่าตัดทันที เนื่องจากนักเตะต้องพักฟื้นอีกราวสามเดือนกว่าจะกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้ง และตัวเคดิร่าเองก็ต้องการกลับมาฟิตสมบูรณ์ให้ได้ก่อนปิดฤดูกาลเนื่องจากหวังจะมีชื่อติดทีมชาติเยอรมันไปทำศึกยูโร2020 นั่นเอง

     ในซีซั่นนี้เคดิร่าลงเล่นให้เบียงโคเนรี่ไปแล้วกว่า17 เกม แม้จะยังไม่มีชื่อทำสกอร์แต่เมาริซิโอ ซารี่ก็ยังให้โอกาสดาวเตะวัย32ปีลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะมาหลุดจากทีมเพราะอาการบาดเจ็บในครั้งนี้

เอ็มเร่ชานแอบหวังขาดเคดิร่าจะเป็นโอกาสให้กลับสู่สายตาซารี่นายใหญ่ ยูเวนตุส

    แม้การหายหน้าไปของเคดิร่าจะทำให้แฟนบอลม้าลายเป็นกังวล ทว่าสำหรับเอ็มเร่ ชานแล้วนี่คือโอกาสทองที่เจ้าตัวอาจได้กลับมาเป็นตัวเลือกของทีมอีกครั้ง

    เอ็มเร่ ชานได้ถูกถอดชื่ออาจจะลิสต์นักเตะที่ลงเล่นในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในซีซั่นนี้ ซึ่งเจ้าตัวโกรธมากและประกาศมาตลอดว่าต้องการจะย้ายออกในช่วงเดือนมกราคม แต่ในเมื่อตัวเลือกหลักอย่างเคดิร่าก็มีอันต้องหายหน้าหายตาไปกว่าสามเดือน ก็ทำให้ชานแอบหวังว่าซารี่จะยอมเปิดใจให้ได้ลงเล่นกับเค้าบ้าง เนื่องอดีตกองกลางลิเวอร์พูลเพิ่งจะได้ลงสนามไปแค่223นาที(6นัด)เท่านั้นนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล

    “ ผมรักษาความฟิตไว้อย่างดี และเซสชั่นการซ้อมผมก็ทำอย่างเต็มที่ตลอด บางทีมันจะเป็นโอกาสให้ผมได้กลับสู่ทีมก็ได้ ผมหวังเช่นนั้น แต่มันไม่ได้อยู่ที่การตัดสินใจของผมเอง เราคงต้องรอดูกันต่อไป ” เอ็มเร่ ชานกล่าวถึงความหวังในการลงสนาม อย่างไรก็ตามโอกาสที่ชานจะได้ลงเล่นก็อาจมีความเป็นไปได้ไม่มากนัก เนื่องจากตัวเลือกในแดนกลางของยูเวนตุสนั้นยังมีนักเตะชั้นยอดอีกมากมายเป็นตัวเลือก อาทิ อารอน แรมซี่ย์,อาเดรียง ราบิโอล,มิราเล็ม ปานยิช และแบล็ต มาตุยดี้ ซึ่งดูเหมือนรายชื่อเหล่านี้จะเป็นตัวเลือกขวางหน้าเอ็มเร่ ชาน

หงส์เเดง ผ่านโปรแกรมพรีเมียร์นัดที่14ที่มองยังไงก็ต้องแชมป์

หงส์เเดง

    การแข่งขันพรีเมียร์ลีกผ่านพ้นไปแล้วกับเกมนัดที่14แล้วจ่าฝูงลิเวอร์พูลก็ยังแรงดีไม่มีสะดุด แม้จะขาดคีย์แมนคนสำคัญไปถึงสองคน อันได้แก่ ฟาบินโญ่(เจ็บ)และอลิสซง เบ็คเกอร์(โดยใบแดง)แต่ก็เอาชัยเหนือไบร์ทตันมาได้2-1 จนกลายเป็นนำห่างรองจ่าฝูงอย่างเลสเตอร์ซิตี้อยู่8คะแนนเท่าเดิม

    ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆว่าลิเวอร์พูลจะนำม้วนเดียวเข้าวินในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อเกมนี้พวกเค้าสองประตูจากการแอสซิสต์ของแบ็คขวาเทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนล และคนใส่สกอร์ให้ทีมก็เป็นปราการหลังอย่างฟาล ไดค์ จนดูเหมือนว่าเจอร์เกน คล็อปป์สร้างออปชั่นการพังประตูได้หลากหลายเหลือเกิน และไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นในตำแหน่งใดก็ตามก็สามารถผลัดเปลี่ยนกันเข้าทำสกอร์กันได้ทั้งหมด

    นอกจากนี้ลิเวอร์พูลยังเอาตัวรอดในสถานการณ์ยากลำบากได้หลายต่อหลายครั้ง รวมถึงในเกมล่าสุดที่อลิสซง เบ็คเกอร์ โดยใบแดงออกจากสนามไปตั้งแต่นาทีที่76 และแม้ว่าไบร์ทตันจะกดดันได้มากขึ้นในช่วงท้ายเกม แต่พลพรรคหงส์แดงก็ยังเอาตัวรอดกันมาได้ ในขณะที่ทีมคู่ปรับอย่างแมนซิตี้ดันผลงานสะดุดด้วยอีกต่างหาก ก็ทำให้ลิเวอร์พูลนำโด่งอยู่หัวตารางพรีเมียร์ลีกอย่างสุดชิลต่อไป

คล็อปป์นายใหญ่ หงส์เเดง ยันอาเดรียนทำได้ดีแม้รักษาคลีนชีตไว้ไม่ได้ก็ตาม

     ถึงลิเวอร์พูลจะเก็บชัยชนะได้ติดต่อกันเป็นเกมที่ห้าหลังจากเสมอในเกมแดงเดือด ทว่าพวกเค้ากลับไม่สามารถรักษาคลีนชีตได้เลยในช่วงหลัง และประตูที่เสียไปในเกมล่าสุดก็ดูเหมือนจะเป็นความผิดพลาดส่วนตัวของอาเดรียน ทว่าเจอร์เกน คล็อปป์ก็ไม่คิดตำหนิมือกาวสำรองรายนี้ “ มันเป็นสถานการณ์ไม่ปกติ อาเดรียนถูกส่งตัวลงสนามทั้งที่ยังไม่พร้อม เค้าควรได้เวลาฟอร์มอีกซักหน่อย แล้วคู่แข่งก็ใช้ชิงจังหวะโจมตีทันที ผมไม่ตำหนิเค้าหรอก เค้ายังเป็นที่พึ่งให้ทีมได้เสมอและเราพอใจกับสามคะแนน ”

    นอกจากจะไม่กล่าวโทษแล้วเทรนเนอร์ชาวเยอรมันยังได้ยกเครดิตชัยชนะเหนือไบร์ทตันว่ามีส่วนมาจากฝีมือของอาเดรียนอีกต่างหาก “ เค้าเซฟสำคัญได้สองหน และยังรับมือกับลูกเปิดด้านข้างได้ดี แต่ด้วยอากาศที่หนาวมากทำให้เค้ามีปัญหากับการเปิดบอล นั่นเป็นเหตุให้พวกเราต้องตั้งรับอย่างหนักในช่วงท้ายเกม แต่พวกเรามียังรักษาสกอร์ไว้ได้ นั่นเป็นสิ่งสำคัญ ผมชอบประสบการณ์แบบนี้ มันเป็นการโดนใบแดงที่ทำให้เกมนี้กลายเป็นที่น่าจดจำ ” อดีตนายใหญ่ดอร์ทมุนด์กล่าวทิ้งท้าย

มิลาน หว่านสเน่ห์ไปเรื่อยเตรียมยื่นเคลซี่แลกตัวเนเวสจากวูล์ฟ

มิลาน

    ถึงแม้ว่าเอซีมิลานจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการบริหารการเงิน(ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง)มาตลอดในช่วงหลัง ทว่าพวกเค้าก็ยังคงขยันเป็นข่าวเกี่ยวโยงกับนักเตะทีมอื่นๆชนิดไม่เลือกหน้า โดยคราวนี้เป็นการหวนกลับมาเล็งคว้าตัวรูเบน เนเวสกองกลางตัวเก่งของวูล์ฟแฮมตันอีกครั้ง

    เปาโล มัลดินี่ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของมิลานก็ได้พยายามหาช่องทางที่จะดึงตัวมิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสมาร่วมงานให้จงได้ ซึ่งทีมดังแดนมักกะโรนีได้ผุดไอเดียเสนอตัวฟร้องซ์ เคลซี่พ่วงไปกับเม็ดเงิน20ล้านยูโรให้กับวูล์ฟแฮมตันพิจารณา โดยพวกเค้าเชื่อว่ามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ แม้ว่ารูเบน เนเวสจะมีสถานะเป็นกำลังสำคัญของทัพหมาป่าก็ตาม นับรวมทั้งในพรีเมียร์ลีก,คาราบาวคัพ และศึกยูโรป้าลีกส์เจ้าตัวลงเล่นไปแล้วกว่า1,377นาที(20นัดรวมทุกรายการ)พร้อมกับยิงไป3ประตูพร้อมทำทางอีกหนึ่งครั้ง

     ด้านสเตฟาโน่ ปิโอลี่นายใหญ่รอสโซเนรี่ได้ประกาศตั้งแต่ช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่แล้วว่าอยากจะสร้างทีมขึ้นมาโดยเน้นไปที่ผู้เล่นอายุน้อย ซึ่งรูเบน เนเวสก็จัดว่าตรงตามสเป๊คที่ต้องการ เนื่องจากมิดฟิลด์ทัพฝอยทองเพิ่งจะมีอายุเพียง22ปีเท่านั้นแต่ก็สะสมประสบการณ์เชิงลูกหนังอย่างโชกโชนด้วยการลงเล่นในแผ่นดินอังกฤษไปแล้วถึง194เกม(เพิ่งย้ายมายังไม่ครบ3ฤดูกาลเลย)และติดทีมชาติโปรตุเกสไปแล้วกว่า12นัด

จอร์จเมนเดสคือตัวแปรสำคัญที่ มิลาน หวังพึ่งพาในการดึงตัวเนเวส

      รูเบน เนเวสปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของเอเยนต์คนดังอย่างจอร์จ เมนเดส สื่อในอิตาลี่ได้ออกมาแฉว่าเอซี มิลานได้แอบลักลอบเจรจากับเมนเดสในเบื้องต้นแล้ว ที่สำคัญเอเยนต์ชาวโปรตุเกสได้เป็นฝ่ายแนะนำให้ปีศาจแดงดำยื่นตัวฟร้องซ์ เคลซี่พร้อมกับข้อเสนอดังกล่าว(บวกเงินอีก20ล้านยูโร) โดยเมนเดสเชื่อว่าจะหาทางหว่านล้อมให้วูล์ฟแฮมตันยอมตกลงด้วยได้

      โดยรูเบน เนเวสสร้างชื่อขึ้นจากการเป็นดาวรุ่งของเอฟซี ปอร์โต้ ด้วยก้าวขึ้นเป็นตัวหลักของทีมด้วยวัยเพียง17ปีจากนั้นเจ้าตัวก็กลายเป็นที่สนใจของทีมบิ๊กเนมทั้งหลาย(บาซ่า,แมนยูฯ,เชลซี,รีล มาดริด)ทว่าในที่สุด(ปี2017)เจ้าหนูแข้งทองชาวโปรตุเกสกลับเลือกที่จะย้ายมาช่วยงานวูล์ฟแฮมตันทั้งที่ในเวลานั้นทีมหมาป่าเพิ่งจะอยู่ในลีกระดับแชมเปี้ยนส์ชิฟเท่านั้น ต่อมาเนเวสก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเค้าตัดสินใจไม่ผิด เมื่อเจ้าตัวพาทีมเลื่อนชั้นกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้ในปีต่อมาซ้ำยังมีผลงานดีต่อเนื่องไม่เพียงอยู่รอดในลีกสูงสุดของอังกฤษเท่านั้นแต่ยังได้ไปเตะยูโรป้าลีกส์ในซีซั่นนี้อีกต่างหาก

เดอปาย อาจคัมแบ๊คกับเเมนยูหลังกลับมาแจ้งเกิดกับโอลิมปิคลียง

เดอปาย

    ครั้งหนึ่งเมฟิส เดอปายเคยเป็นสมาชิกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทว่าในครั้งนั้นปีกชาวดัตซ์อายุยังน้อยอีกทั้งทีมปีศาจแดงสถานการณ์ในสโมสรก็ยังไม่นิ่ง(เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นว่าเล่น)จึงทำให้เดอปายไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมได้ และถูกปล่อยตัวให้กับโอลิมปิค ลียงในปี2017 ทว่าหลังจากปรับตัวกับชีวิตในฝรั่งเศสได้ เดอปายก็กลับมาโชว์ลีลาได้อย่างประทับใจอีกครั้งโดยนับจนถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ลียงไปแล้ว130นัดยิงได้50ประตูและทำทางให้เพื่อนอีกถึง42แอสซิสต์

    ด้วยผลงานอันบรรเจิดก็ทำให้เมฟิส เดอปายกลายเป็นที่หมายปองของทีมดังในอังกฤษอีกครั้ง โดยมีสเปอร์สเป็นทีมที่แสดงความสนใจในตัวนักเตะมาก่อนใครเพื่อนแต่ทว่าทางลียงก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าแมนยูฯมีโอกาสที่จะได้ตัวเดอปายกลับไปมากกว่า “ เรายังไม่ได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับเมฟิส แต่เรายืนยันว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะเป็นทีมแรกที่ได้สิทธในการเจรจาก่อนทีมอื่นๆ ซึ่งมันเป็นรายละเอียดที่เราตกลงกันตั้งแต่ตอนเซ็นสัญญาแล้ว ” จูนินโญ่ แบร์นัมบูกาโน่ผู้อำนวยการกีฬาของลียงให้การยืนยัน

คูมันน์เสี้ยม เดอปาย ย้ายซบทีมใหญ่เพื่อยกระดับการเล่นทีมชาติ

    ด้านโรนัล คูมันน์ผู้กุมบังเหียนทีมชาติฮอลแลนด์ก็ออกมาสนับสนุนให้เดอปายมองหาโอกาสที่จะไปเล่นทีมระดับบิ๊กเนม เพื่อยกระดับฝีเท้า เนื่องจากลีกฝรั่งเศสยังมีความแข็งแกร่งเป็นรองลีกอื่นๆอยู่มาก “ เมฟิสเป็นคนสำคัญของลียง เค้าเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม บางครั้งเค้าได้สวมปลอกแขนด้วยซ้ำ แต่หากวันหนึ่งมีข้อเสนอดีๆเข้ามาผมคิดว่าเค้าควรพิจารณามันให้ดี ด้วยความเคารพที่มีต่อลียงและสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส  แต่ลีกเอิงมีความเข้มข้นยังเป็นรองกับลีกอื่นๆไม่ว่าจะเป็นสเปน,อังกฤษ หรือแม้กระทั่งเยอรมัน ”

    “ การย้ายออกไปเล่นที่อื่นจะช่วยให้เมฟิสยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เค้าอาจมีโอกาสได้สัมผัสถ้วยรางวัลที่มากขึ้น นั่นคือสิ่งที่เค้าสมควรได้รับ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นทีมชาติฮอลแลนด์ก็จะได้ประโยชน์ไปด้วย ”

     เมื่อถูกถามว่าหากเดอปายยังปักหลังอยู่กับลียงต่อไปเค้าจะยังคงเป็นตัวหลักในทัพกังหันหรือไม่? คูมันน์ก็ยืนยันทันที “ แน่นอน ต่อให้เค้ายังเล่นในฝรั่งเศสเมฟิสก็ยังคงเป็นกำลังสำคัญของเราต่อไป อย่างที่บอกผมให้เกียรติลียงเสมอพวกเค้าเป็นทีมที่ได้ไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างสม่ำเสมอ นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเค้าเป็นที่ระดับแนวหน้าของประเทศฝรั่งเศส ”

คาฟู ชมไม่ขาดปากเทรนด์-อาโนลด์คือฟูลแบ๊คยุคใหม่ที่ครบเครื่อง

คาฟู

     ผลงานของเทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์กับลิเวอร์พูลนั้นกำลังไปได้สวยอย่างมากหลังไล่ทุบรองจ่าฝูงแมนซิตี้ไปอย่างสิ้นลาย3-1 จนดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะกลายเป็นแบ๊คขวาชั้นแนวหน้าของพรีเมียร์ลีกไปแล้ว ซึ่งอดีตแบ๊คขวาระดับตำนานลูกหนังอย่างคาฟูต้องออกมาชื่นชมว่าเทรนด์-อาโนลด์ได้กลายเป็นแบ๊คขวาพันธุ์แกร่งของวงการลูกหนังยุคใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อย

     คาฟูเล่นตำแหน่งแบ๊คขวากับทีมชาติบราซิลจนสามารถคว้าถ้วยแชมป์เวิลด์คัพมาแล้วสองสมัย(ปี1994,2002)ได้ติดตามฝีเท้าของเจ้าหนูจากอะคาเดมี่ลิเวอร์รายนี้มาพักใหญ่จนต้องยอมปริปากยอมรับว่าเทรนด์-อาโนลด์นั้นพัฒนาฝีเท้าขึ้นมากจนกลายเป็นอีกหนึ่งอาวุธอันตรายของลิเวอร์พูล “ ตามทฤษฎีแล้วผู้เล่นในตำแหน่งนี้อาจจะมีส่วนร่วมกับเกมได้เยอะถ้าหากอ่านเกมได้ดีและมีพละกำลังที่มหาศาล แต่สำหรับเทรนด์แล้วมันแตกต่างออกไป เค้าครบเครื่องทั้งเกมรับและเกมรุก แถมยังสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ทั้งในยามมีบอลและไม่มีบอลกับตัว ผมคิดว่าเค้ากำลังสร้างมาตรฐานให้กับฟูลแบ็คให้กับวงการฟุตบอลสมัยใหม่ ” อดีตดาวเตะเซเลเซาในวัย49ปีชื่นชม

หงส์แดงเตรียมใจไว้จบปีนี้เทรนด์มีข้อเสนอยื่นเพียบ คาฟู ทำนาย

    คาฟูยังเพิ่มเครดิตให้กับดาวเตะรุ่นน้องอย่างเทรนด์-อาโนลด์ว่าเจ้าตัวคืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ลิเวอร์พูลครองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อย่างสบายใจด้วยการนำห่างทีมตราเรือใบแชมป์เก่าถึง8คะแนน “ แฟนบอลส่วนใหญ่ยกให้สามประสานของลิเวอร์พูล(มาเน่,ซาล่า,ฟีร์มีโน่)เป็นกลไกสำคัญที่พาทีมบินสูง แต่ที่จริงแล้วเทรนด์ก็เป็นอีกหนึ่งฟันเฝืองสำคัญ เค้าทำให้แนวรุกเล่นได้อิสระและไม่ต้องกังวลเกมสวนกลับ ”

   “ หากลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ในปีนี้ละก็คงมีข้อเสนอก้อนโตยื่นซื้อเทรนด์เข้ามาแบบไม่ขาดสายแน่ เพราะเค้าเป็นผู้เล่นส่วนผสมทั้งรุกและรับชนิดสมบูรณ์แบบ ผมคิดว่าเค้าคงยังไม่คิดย้ายทีม แต่ข่าวทำนองนี้ก็จะทำลายสมาธินักเตะอยู่ดี ซึ่งลิเวอร์พูลควรหาทางรับมือไว้เสียแต่เนิ่นๆ เพราะตอนนี้ฝีเท้าของเทรนด์มันแซงหน้าอายุเข้าไปไกลโขแล้ว ” คาฟูมองการณ์ไกลไปถึงอนาคตของเทรนด์-อาโนลด์แล้ว แม้ว่าดาวเตะวัย21กะรัตจะเพิ่งออกมาประกาศว่าจะขอรับใช้ชาวเดอะค็อปไปจนกว่าจะแขวนเกือก

วิดิช จูเนียร์แจ้งเกิดแล้วหลังเข้าแคมป์ฝีกซ้อมเรดสตาร์เบลเกรด

วิดิช

     หลังจากที่แฟนบอลทั้งหลายต่างรู้ถึงศักยภาพของเนมานย่า วิดิชอดีตกองหลังตัวเก่งของแมนยูฯกันมาแล้ว นับจากนี้ไปอีกไม่นานเราอาจจะได้เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเค้าก้าวขึ้นมาโลดแลดบนยอดหญ้าบ้างก็ได้ เมื่อลูก้า วิดิชได้รับโอกาสที่จะเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับทีมเรดสตาร์ เบลเกรด ซึ่งสโมสรแห่งนี้ก็คือสโมสรแรกที่ให้โอกาสวิดิชผู้พ่อได้ลงสนามเป็นครั้งแรกอีกต่างหาก

     ลูก้า วิดิชปัจจุบันอายุได้เพียง13ปีนั้นได้รับการบ่มฝีเท้าจากอะคาเดมี่ของอินเตอร์ มิลาน ทว่าเจ้าตัวยังได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษ(พร้อมกับนักเตะเยาวชนรัสเซียอีก5คน)ให้มาเข้าคอร์สฝึกซ้อมกับเรดสตาร์ เบลเกรดราวสองสัปดาห์ ซึ่งสร้างความปิติยินดีให้วิดิชคนพ่อเป็นอย่างมาก เนื่อกจากเรดสตาร์ เบลเกรดเป็นทีมชั้นนำของเซอร์เบีย และยังเป็นทีมเก่าที่เคยขัดเกลาฝีเท้าให้กับอดีตกองหลังอินเตอร์อีกต่างหาก และมีความเป็นไปได้ไม่น้อยเช่นกันที่ซักวันลูก้า วิดิชอาจจะได้ลงประเดิมสนามกับเรดสตาร์ เบลเกรด เนื่องจากเซอร์ดาน บูกาลสกี้โค้ชของเบลเกรดก็ดูจะติดอกติดใจฝีเท้าของวิดิชผู้ลูกเป็นอันมาก

วิดิช ไม่กดดันหวังเพียงเห็นลูกสนุกกับเกมฟุตบอลเหนือสิ่งอื่นใด

      เนมานย่า วิดิชที่ใช้ชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพมาอย่างโชกโชนได้บอกเล่ากับนักข่าวว่าเค้าคิดจะกดดันลูกชายให้เดินตามเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพแต่หวังเพียงให้ลูกน้อยได้สนุกกับเกมลูกหนังเท่านั้น “ ลูก้าอายุยังน้อย เค้าเป็นเด็กฉลาด ที่สำคัญคือเค้าจะร่าเริงเป็นพิเศษยามอยู่ในสนาม มันเป็นภาพที่ผมประทับใจเหลือเกิน เค้าเล่นมันด้วยความสนุกและผมไม่คิดจะผลักดันให้เค้าต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เค้ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะเมื่อถึงจุดหนึ่งเค้าจะรู้เองว่าเค้าอยากเล่นฟุตบอลอาชีพไหม ”

      “ ผมรักการเล่นฟุตบอล การได้เห็นลูกชายเล่นฟุตบอลก็ยิ่งทำให้ผมดีใจไปด้วย แต่ผมอยากให้เค้าได้เลือกทางเดินเอง เมื่อถึงเวลานั้นไม่ว่าเค้าจะเลือกไปทางไหนผมในฐานะคนเป็นพ่อก็พร้อมที่จะสนับสนุนเค้าอย่างเต็มที่ ”  วิดิชในวัย38ปีกล่าวอย่างผ่อนคลาย

      เนมานย่า วิดิชเมื่อสมัยยังค้าแข้งเจ้าตัวเคยถูกยกให้เป็นกองหลังเบอร์ต้นๆของยุโรป โดยเฉพาะผลงานในสีเสื้อแมนยูที่ดาวเตะชาวเซอร์เบียพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง5สมัย,แชมป์ลีกคัพ1สมัย และแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีก1สมัย และยังเคยรับหน้าที่กัปตันทีมให้กับปีศาจแดงอีกด้วย

เชลซี หนาวแล้วราชันย์หมายใจดึงกองเต้ด้วยค่าตัวถึง300ล้านยูโร

เชลซี

   ด้วยผลงานของเอ็นโกโล่ กองเต้ในระยะหลังที่พัฒนาไปมากจนเรียกได้ว่าเป็นมิดฟิลด์แบบฉบับBox To Boxที่ครบเครื่องก็ทำให้ทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างให้ความสนใจที่จะคว้าตัวไปร่วมทีมกันมาโดยตลอด และมีโอกาสสูงเหลือเกินที่กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสจะย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของรีล มาดริดในช่วงซัมเมอร์หน้า(ปี2020) เนื่องจากฟรอเลนติโน่ เปเรซประธานสโมสรรีล มาดริดพร้อมที่จะเสนอเม็ดเงินถึง300ล้านยูโรให้กับเชลซีพิจารณา

   เดิมทีเอ็นโกโล่ กองเต้นั้นขึ้นชื่อลือชาในด้านการเล่นเกมรับ และความเก่งกาจในการแย่งบอลจนทำให้หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเลสเตอร์ ซิตี้ในปี2015/16 เจ้าตัวก็ถูกสิงห์บลูดึงตัวมาใช้งานต่อ ทว่าหลังจากร่วมกับยอดกุนซืออย่างอันโตนิโอ คอนเต้ และเมาริซิโอ ซารี่ ผลที่ปรากฎคือกองเต้พัฒนาในด้านการเคลื่อนไหวหาตำแหน่ง และการเล่นเกมรุกได้ดีขึ้นมากจนกระทั่งสามารถพาเชลซีคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีกส์2018/19ได้สำเร็จ

    อนิจจาหลังจากสะสมถ้วยรางวัลบนเกาะอังกฤษมาอย่างครบถ้วนแล้ว เอ็นโกโล่ กองเต้ก็เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับชีวิตในถิ่นผู้ดี โดยสื่อดังในอิตาลี่เปิดเผยว่า มิดฟิลด์วัย28ปีได้แจ้งกับแฟรงค์ แลมพาดแล้วว่าจะขอย้ายทีมในปีหน้า ซึ่งหากเป็นไปตามนั้นก็เท่ากับเชลซีจะเสียแข้งดังไปให้รีล มาดริดถึง2รายในเวลาไล่เลี่ยกัน เนื่องจากทีมราชันย์ชุดขาวเพิ่งจะคว้าตัวเอแด็น อาร์ซามาจากสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อช่วยซัมเมอร์ที่ผ่านมา

รีลมาดริดหมายใจให้เเข้ง เชลซี เป็นห้องเครื่องแทนโมดิชที่โรยรา

    โดยซีนาดีน ซีดานเล็งเห็นแล้วว่าลูก้า โมดิชที่ปัจจุบันอายุปาเข้าไป34กะรัตนั้นเริ่มโรยราแล้ว เทรนเนอร์เลือดน้ำหอมจึงอยากให้เอ็นโกลโล่ กองเต้เค้ามารับช่วงต่อ ซึ่งตัวนักเตะเองก็ดูเหมือนจะมีใจให้ทีมราชันย์ชุดขาวด้วยเช่นกัน จนทำให้แฟรงค์ แลมพาดที่ปีนี้ติดใจแข้งดาวรุ่งก็ไม่ได้ใช้งานกองเต้มากนักเช่นกัน โดยในซีซั่นนี้กองเต้เพิ่งจะได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกไปเพียง4เกมเท่านั้น จนดูเหมือนว่าทีมสิงโตน้ำเงินครามก็ได้ปรับสภาพทีมให้รองรับการที่จะต้องเดินหน้าต่อโดยไม่มีกองเต้อยู่แล้วอย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากเชลซียอมตั้งป้ายขายกองเต้แล้วละก็ รีล มาดริดก็อาจไม่สมหวังได้ง่ายนัก เนื่องจากทีมอย่างยูเวนตุส,บาเซโลน่า และปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่างก็อยากได้ตัวกองเต้ไปร่วมทีมเช่นกัน

เพอซี่ย์ หยามเอเมรี่ไร้บารมีพอจะรีดฟอร์มแข้งปืนเป็นเหตุผลงานห่วย

เพอซี่ย์

     ในเวลานี้กระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของอูไน เอเมรี่เริ่มจะร้อนระดุขึ้นเรื่อยๆเมื่อบรรดานักเตะเก่าทั้งของอาร์เซนอลและทีมอื่นๆต่างพาเกรดกันตำหนิการบริหารจัดการทีมของเทรนเนอร์ชาวสเปนอย่างเผ็ดร้อน โดยมีโจทย์ใหญ่ๆอยู่ที่การตัดจอมทัพอย่างเมซุต โอซิลออกจากทีมอย่างไร้เหตุผล ซ้ำร้ายคือผลงานเมื่อไม่มีดาวเตะชาวเยอรมันในสนามผลงานของอาร์เซนอลก็ร่อแร่เหลือเกิน ร้อนถึงอดีตดาวยิงอย่างโรบิน ฟาน เพอซี่ย์ต้องออกโรงมาวิจารณ์กุนซือจอมดื้อรายนี้เพิ่มอีกคน

     “ ผมเห็นในคลิปเวลาเค้าสั่งการ มันแตกต่างจากกุนซือคนอื่นๆเลย เค้าไม่ชัดเจนพอ เอาแต่ตะโกน มานี่….เล่น…. อะไรทำนองนี้มันเป็นบทพูดของแฟนบอลมากกว่านะ ในฐานะผู้จัดการทีมมันต้องมีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันกว่านี้ คาแรกเตอร์ข้างสนามของเค้าช่างไร้ตัวตน อาจเหมารวมไปว่าการสื่อสารในสนามซ้อมก็คงไม่ดีไปกว่านั้น พวกเค้ามีนักเตะชั้นดีตั้งมากมาย มีดาวยิงอย่างโอบาเมยองแต่ก็ยังแพ้เชฟฟิลด์ยูไนเต็ด มันชัดเจนว่าทีมกำลังมีปัญหา ดูเหมือนผู้จัดการทีมอาร์เซนอลจะไม่มีทักษะในการสื่อสารกับทีม มันจึงทำให้นักเตะเล่นกันอย่างไร้ทิศทาง ” ฟาน เพอซี่ย์วิจารณ์

เอเมรี่มองข้ามสปริริตทีมจุดบอดสำคัญที่อาจทำให้อยู่ปืนไม่ยืด เพอซี่ย์ กล่าว

    นอกจากนี้อดีตดาวเตะชาวดัตซ์ยังได้กล่าวเสริมอีกว่าการแบนโอซิลออกจากทีมอย่างไร้เหตุผลส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้เล่นคนอื่นๆในทีมอีกด้วย  “ ใครๆก็รู้ว่าโอซิลเป็นที่รักของแฟนบอล และเป็นพี่ใหญ่ในห้องแต่งตัว แต่วันนี้ผู้จัดการทีมตัดเค้าอาจทีมอย่างไร้เหตุผล แน่นอนนักเตะที่เหลือต่างยังต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป แต่ถามว่าในใจพวกเค้าจะรู้สึกอย่างไรบ้างหรือเปล่า? ถ้าพรุ่งนี้เจ้านายเกลียดขี้หน้าเราขึ้นมาละ เราจะโดนแบบนี้ไหม? มันมีคำถามในใจนักเตะอย่างแน่นอน และนั่นคือผลร้ายที่มาจากความอ่อนหัดของเค้า(อูไน เอเมรี่) การปฏิบัติต่อนักเตะอย่างขาดความเคารพและไม่เป็นมืออาชีพ ทำให้ผู้เล่นที่เหลือหมดความมั่นใจ พวกเค้ามีความกังวลยามลงสนามอย่างเห็นได้ชัด ผมมองปัญหาเรื่องนี้ใหญ่กว่าที่คิดนะ มันไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่น แต่มันเป็นปัญหาในระดับภายในห้องแต่งตัวเลยทีเดียว เท่าที่เห็นอูไน เอเมรี่ยังไม่ประสีประสาเอาเสียเลย น่ากังวลแทนอาร์เซนอลอย่างมาก ต่อให้พวกเค้าชนะติดต่อกันอีกซัก5เกมก็ใช่ว่าปัญหานี้จะหมด ” ฟาน เพอซี่ย์ในวัย36ปีกล่าวอย่างเป็นกังวล