ดอร์ทมุนด์ ดุต่อเนื่องภายใต้การคุมแดนกลางของอักเซลวิตเซล

ดอร์ทมุนด์

   หลังจากโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ประเดิมอัดเสือใต้ไป2-0ในศึกเยอรมันซุปเปอร์คัพ ชัยชนะดังกล่าวก็กลายเป็นแรงหนุนให้เสือเหลืองมั่นอกมั่นใจจนฟอร์มดีต่อเนื่อง นับตั้งแต่ศึกบุนเดสลีก้าเริ่มเปิดฤดูกาลพวกเค้าชนะมาสองเกมรวดและยิงรวมกัน8ประตูจนทำให้พวกเค้ามีอันดับอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของตารางการแข่งขันฟุตบอลลีกเยอรมัน โดยภายใต้ผลงานดังกล่าวเสือเหลืองมีอักเซล วิตเซลเป็นจอมทัพในแดนกลาง และดาวเตะชาวเบลเยี่ยมก็สามารถทำทางให้เพื่อนไปได้ถึง2แอตซิสต์ด้วยกัน

วิตเซลเผยไม่เสียดายที่ปัดบิ๊กเนมซบ ดอร์ทมุนด์ หลังฟอร์มกำลังสด

   อักเซล วิตเซลย้ายกลับมาจากไชนีสซุปเปอร์ลีกเมื่อซีซั่นก่อน ท่ามกลางความสนใจของทีมชั้นนำของยุโรปไม่ว่าจะเป็นปารีส แซงต์ แชร์กแมงและแมนยู ทว่าในที่สุดมิดฟิลด์หัวฟูก็เลือกที่จะฝากอนาคตไว้กับดอร์ทมุนด์ “ ที่จริงเมื่อซัมเมอร์ปีก่อน เอเยนต์บอกกับผมว่าเปเอสเชกับแมนยูก็มีท่าทีสนใจแต่ยังไม่ได้มีข้อเสนอที่ชัดเจน ระหว่างนั้นมิชาเอล ซอร์ค(ผอ.กีฬาของเสือเหลือง)ก็ได้โทรติดต่อหาผม และลูเซียง ฟาฟร์(เทรนเนอร์เสือเหลือง)ที่โทรมาตามหลัง พวกเค้าแสดงออกอย่างจริงจังว่าอยากให้ผมมาร่วมงาน มันเป็นการแสดงออกอย่างลูกผู้ชายซึ่งผมประทับใจมาก มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตอบตกลง ”

   “ ดอร์ทมุนด์มีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ พวกเค้าบอกกับผมว่าเป้าหมายที่พวกเค้าโฟกัสอยู่ตรงไหน และผมจะได้อยู่ตรงไหนในทีม มันสมบูรณ์แบบแล้วสำหรับผม เมื่อสโมสรบอกว่าพวกเค้าต้องการประสบความสำเร็จและคุณเป็นจะเป็นชิ้นส่วนสำคัญในเรื่องนั้น ผมรู้ได้ทันทีเลยว่าดอร์ทมุนด์นี่ละทีมที่เห็นคุณค่าในตัวผม และผมไม่จำเป็นรอคุยกับทีมไหนอีกแล้ว จากนั้นทุกอย่างไปได้สวย ทีมเราทำได้ดีในลีกแม้เราจะไม่ได้แชมป์แต่ปีนี้พวกเราจะดีกว่าเดิม และผมก็กำลังมีความสุขกับผลงานของตัวเอง ” ดาวเตะวัย30ปีกล่าวถึงความประทับในการได้เป็นผู้เล่นเสือเหลือง

   อักเซล วิตเซลเคยบอกปัดโอกาสสวมเสื้อม้าลายของยูเวนตุส เพื่อไปรับค่าเหนื่อยถึง300,000ปอนด์ต่อวีกกับเทียนจิน ฉวนเจี้ยนในลีกจีน ทว่าหลังไปเล่นแดนอาตี๋ได้เพียงไม่ครบสองซีซั่น เจ้าตัวก็เลือกกลับมาหากินในยุโรปอีกครั้ง โดยเลือกโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์เป็นที่พักพึง(ค่าตัว20ล้านยูโร) และตราบจนปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นให้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ไปแล้ว47นัดและยิงได้7ประตู กลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางที่ลูเซียง ฟาฟร์(เทรนเนอร์เสือเหลือง)ไปโดยปริยาย

อาร์เซนอล เจอคนที่ใช่แล้วดาวิดลุยซ์ผู้ที่จะนำปืนใหญ่กลับไปUCL

อาร์เซนอล

   แม้จะเคยสวมสุดเชลซีมาก่อน ทว่าดาวิด ลุยซ์ก็ยังโยกมาเป็นสมาชิกใหม่ของอาร์เซนอลคู่ปรับร่วมเมืองลอนดอนอย่างหน้าตาเฉย ทั้งยังได้ประเดิมสนามเป็นครั้งแรกในถิ่นเอมิเรตส์ไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการนำปืนใหญ่เฉือนชนะเบิร์นลี่ย์ไป2-1ผงาดขึ้นเป็นรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่างน่าชื่นชม ทำให้นักวิเคราะห์บอลทั้งหลายต่างฟันธงว่าบางทีไฮไลต์การเสริมทัพของอาร์เซนอลในปีนี้อาจไม่ใช่เพียงนิโกล่า เปเป้ แต่เป็นการมาของดาวิด ลุยซ์มากกว่า เพราะอูไน เอเมรี่เน้นการทำทีมด้วยการครองบอลและต่อบอลเป็นหลัก ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับกองหลังหัวฟู(ดาวิด ลุยซ์)

   ดาวิด ลุยซ์มีสถิติที่น่าสนใจในเกมเปิดตัวกับอาร์เซนอล ด้วยสถิติการผ่านบอลตลอดเกมกว่า61% รวมถึงการวางบอลยาวให้เพื่อนเล่นต่อถึง3ครั้ง ซึ่งสถิติการจ่ายบอลระดับนี้ไม่ใช่ผู้เล่นในแนวรับใครๆก็ทำได้ ฉะนั้นเกมการเล่นของอาร์เซนอลจะสามารถเปลี่ยนรับเป็นรุกได้รวดเร็วขึ้นทันทีหากมีดาวิด ลุยซ์ในสนาม จุดนี้เองที่อูไน เอเมรี่ดวงดีเหมือนถูกล็อตตารี่เมื่อเชลซียอมปล่อยตัวกองหลังที่เล่นกับบอลได้ฉมังขนาดนี้มาให้ใช้งานด้วยค่าตัวเพียง8ล้านปอนด์ จนกูรูลูกหนังหลายคนระบุตรงกันว่านี่เป็นดีลที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ที่จริงแล้วเป็นการซื้อขายที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดในรอบหลายปีของปืนใหญ่

ดาวิดลุยซ์นักเตะป้ายเเดงของ อาร์เซนอล รับความเห็นไม่ลงรอยกับแลมพ์เป็นเหตุอำลาสิงห์บลู

  เชลซีถูกแบนการซื้อเข้านักเตะทำให้ซีซั่นนี้พวกเค้าทำได้เพียงรักษาแข้งที่เหลืออยู่เอาไว้ช่วยทีมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทว่าไปๆมาๆพวกเค้ากลับปล่อยตัวกองหลังอย่างดาวิด ลุยซ์ให้กับอาร์เซนอลอย่างสุดช็อก ทั้งที่แนวรับวัย32กะรัตเพิ่งจะขยายสัญญากับสิงห์บลูไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา “ มีการพูดคุยกันระหว่างผมและแลมพาร์ด เขาบอกผมถึงแนวทางที่เค้าทำทีม และดูเหมือนว่าผมจะไม่สอดคล้องกับแผนงานของเค้า ระหว่างนั้นก็มีความสนใจจากอาร์เซนอล ผมจึงได้ย้ายมาที่นี่ ” นอกจากนี้อดีตปราการหลังทีมชาติบราซิลยังยกย่องทีมปืนใหญ่อย่างออกนอกหน้า “ อาร์เซนอลเป็นที่เน้นการเคลื่อนไหว และจ่ายบอล ซึ่งตรงใจกับผมอยู่แล้ว ฉะนั้นการตอบรับโอกาสกับอาร์เซนอลนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของผมเช่นกัน มันเป็นความท้าทายครั้งใหม่สำหรับผมแม้ผมจะได้อยู่ในลอนดอนต่อไปก็ตาม ”

บาร์เซโลน่า ยันขอเปิดซีซั่นใหม่ลาลีก้าแบบไม่ใช้เมสซี่ดูบ้าง

บาร์เซโลน่า

เพราะฟุตบอลลาลีก้าสเปนกำลังจะเปิดฤดูกาลในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แล้ว ทำให้ยอดทีมอย่างบาร์เซโลน่าเองก็คึกคักไม่น้อยเนื่องจากพวกเค้ามีคิวที่จะต้องบุกไปเยือนแอตเลติก บิลเบาในค่ำคืนเช้ามืดของวันที่17ส.ค. ทว่ามีความน่าสนใจตรงที่ลีโอแนล เมสซี่กัปตันทีมบาซ่ายังคงไม่แน่ว่าจะลงช่วยทีมได้หลังจากได้รับบาดเจ็บในระหว่างการซ้อมช่วงปรีซีซั่น ซึ่งในที่สุดนายใหญ่เจ้าบุญทุ่มอย่างเออร์เนสโต บัลเบร์เด้ก็ได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าทัพอัลซูนกราน่าจะบุกไปเยือนซาน มาเมส(รังเหย้าของบิลเบา)โดยไม่มีชื่อเมสซี่อย่างแน่นอน

เมสซี่ไม่ฟิต บาร์เซโลน่า ไม่ฝืนตัวที่เหลือก็ดีพอจะพาทีมเก็บชัย

   เออร์เนสโต บัลเบร์เด้ยังคงไม่สามารถคว้าตัวเนย์มาร์มาช่วยทีมได้ทันเกมนัดแรกนี้อยู่แล้ว แถมยังต้องมาเสียเมสซี่ไปอีก ทว่าแนวรุกที่เหลืออย่างอุสมาน เดมเบเล่,หลุยส์ ซัวเรส และอองตวน กรีซมันน์ก็ยังมีดีพอที่จะพาทีมเก็บสามแต้มแรกของซีซั่นใหม่ได้ โดยในส่วนของลีโอแนล เมสซี่ได้รับการยืนยันว่าจะพลาดเกมนี้ค่อนข้างแน่ เนื่องจากเจ้าตัวยังต้องถูกแยกซ้อมเดี่ยวอยู่เลย “ เรามีภารกิจสำคัญน่าเสียดายที่เมสซี่ยังไม่พร้อม บางทีเค้าอาจจะพอเล่นไหวในฐานะตัวสำรองแต่เราไม่อยากเสี่ยง เราอยากให้เค้าพร้อมที่สุดก่อนคืนสนาม ” บัลเบร์เด้แสดงจุดยืนในครั้งนี้

   ลีโอแนล เมสซี่ยังคงไม่มีส่วนร่วมกับบาร์เซโลน่าเลยในช่วงปรีซีซั่น เนื่องจากทันทีที่เจ้าตัวกลับมาซ้อมกับทีมก็ปรากฎว่ามีอาการน่องตึงระหว่างการซ้อม จนทำให้ดาวเตะอาร์เจนไตน์ต้องพักฟื้นอย่างน้อย2สัปดาห์ เมสซี่น่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ได้อีกครั้งราวปลายเดือนสิงหาคม แต่ถึงแม้เมสซี่จะไม่ได้ลงเล่นในช่วงนี้ ทว่าเจ้าตัวก็ยังเชื่อว่าต้นสังกัดยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่งเสมอ “ ความพ่ายแพ้ในUCLปีก่อนยังคงตามหลอกหลอนเรา เราเจ็บปวด แต่เราก็ยังได้แชมป์ลีก จะมีซักกี่ทีมในสเปนที่ได้แชมป์8ครั้งในรอบ11ปี นั่นคือสิ่งที่บาร์เซโลน่าควรภูมิใจ ”

   กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่ายังยืนยันอีกว่าบทเรียนในซีซั่นที่แล้วจะเป็นแรงผลักดันให้บาซ่าคว้าทุกแชมป์ในปีนี้ “ เราไม่เคยเบื่อกับการเป็นผู้ชนะ และปีนี้สโมสรก็ยังคงเต็มไปด้วยแรงผลักดันที่จะนำพาเราประสบความสำเร็จ มันท้าทายเหลือเกินกับการที่เราอยากได้ทุกแชมป์ที่เรามีสิทธิลงเล่น ”

โลซาโน่ เค้าดาวน์ลาลีกกังหันหวังโลดแล่นลีกเลี่ยนกับเนเปิลส์

โลซาโน่

   เออร์วิ่ง โลซาโน่ปีกตัวเก่งของพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นใกล้อำลาลีกดัตซ์เต็มที่ ท่ามกลางความสนใจจากแมนยู,เชลซี และบาร์เซโลน่า และสื่อในอิตาลี่ก็ยืนยันตรงกันว่าดาวเตะจังโก้ใกล้บรรลุข้อตกลงกับนาโปลีเต็มที โดยเชื่อว่าดีลน่าจะมีมูลค่ากว่า42ล้านยูโร แม้ในเวลานี้โลซาโน่จะอยู่ในช่วงพักรักษาอาการบาดเจ็บก็ตาม แต่คาดว่าอีกไม่นานเค้าก็น่าจะพร้อมเปิดตัวกับแฟนบอลนาโปลีอย่างแน่นอน เนื่องจากเวลานี้การเจรจาจะเหลือเพียงรอตกลงรายละเอียดส่วนตัวเพียงเท่านั้น

นาโปลียอมรับทุกเงื่อนไขแม้โลซาโน่ จะเรียกค่าเหนื่อยก้อนโต

   นาโปลีจบอันดับสองในลีกอีตาลี่ซีซั่น2018/19 และได้สิทธิไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซึ่งเป็นออปชั่นที่โลซาโน่สนใจ อีกทั้งคาร์โล อันเชลอตติก็อยากได้ผู้เล่นริมเส้นฝีเท้าดีมาช่วยเติมเกม เนื่องจากนิโกล่าส์ เปเป้เป้าหมายหลักของพวกเค้าก็โดนอาร์เซนอลปาดหน้าคว้าตัวไปแล้ว นั่นทำให้พวกเค้าจะเดินหน้าแบบสุดตัวเพื่อคว้าตัวโลซาโน่ให้จงได้ แม้ว่าดีลนี้อาจต้องมีมูลค่าในระดับที่ไม่ธรรมดาเนื่องจากตัวกลางการเจรจาเป็นมิโน ไรโอล่าเอเยนต์ตัวแสบแห่งวงการลูกหนัง

   มิโน ไรโอล่าเรียกร้องค่าเหนื่อยให้โลซาโน่จำนวนสูงถึง3.5ล้านยูโรต่อปี(ราว67,000 ยูโรต่อสัปดาห์)และผูกมัดสัญญากันนาน5ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงเอาการสำหรับทีมในอีตาลี่ ทว่าคาร์โล อันเชลอตติก็ยอมทำตามคำขอเพื่อหวังจะเปิดตัวปีกตัวจี๊ดให้ลุล่วงในเร็ววัน และนั่นจะทำให้โลซาโน่ยุติผลงานกับพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นด้วยสถิติการลงเล่นในลีกกังหันจำนวน79นัดยิงได้40ประตู และคว้าแชมป์ลีกดัตซ์หนึ่งสมัยในซีซั่น2017/18

   เออร์วิ่ง โลซาโน่สร้างความฮือฮาในการแข่งขันฟุตบอลโลก2018ด้วยการยิงชัยให้เม็กซิโกเบียดชนะเยอรมันแชมป์เก่าไป1-0 และถึงแม้โลซาโน่จะพาเม็กซิโกไปได้ไกลเพียงรอบ16ทีมสุดท้าย(แพ้บราซิล0-2)ทว่าเครดิตเพียงเท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าตัวกลายเป็นผู้เล่นริมเส้นที่เนื้อหอมที่สุดคนหนึ่งในเวทียุโรป จนทำให้มิโน ไรโอล่าต้องออกแรงเจรจาดึงตัวโลซาโน่เข้ามาอยู่ในสังกัด เนื่องจากเอเยนต์คนดังทราบดีว่าซักวันดาวเตะรายนี้จะมีโอกาสย้ายซบทีมบิ๊กเนมและเมื่อเวลานั้นมาถึงไรโอล่าก็จะสามารถต่อรองผลประโยชน์ให้กับโลซาโน่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่อยแถมยังได้กินส่วนต่างจากการเจรจาก้อนโตได้อีกทอด

บาร์เยิน ฝันค้างดีลซาเน่มีอันยกเลิกหลังปีกเรือใบต้องผ่าเข่า

บาร์เยิน

   เรลอย ซาเน่ปีกดีกรีทีมชาติเยอรมันผู้ตกเป็นเป้าเสริมทัพของบาร์เยิน มิวนิคมาโดยตลอด ทว่าแมนซิตี้ก็เล่นแง่ด้วยการตั้งค่าตัวสูงลิบจนทำให้การเจรจาไม่คืบหน้าซักที และดูเหมือนการย้ายทีมของซาเน่คงมีอันเป็นโมฆะอย่างแน่นอนแล้วเมื่อรายงานจากอังกฤษยืนยันว่าแนวรุกเรือใบมีอาการบาดเจ็บจนต้องพักรักษาตัวราวครึ่งปี และเป็นอันว่ายอดทีมเมืองเบียร์คงต้องพับโปรเจกการดึงตัวซาเน่ไว้เพียงเท่านี้

แมนซิตี้ยันซาเน่ฟื้นตัวเร็วสุดปีหน้าทำเอา บาร์เยิน ส่ายหัว

   แมนเชสเตอร์ซิตี้เพิ่งจะลงเตะกับลิเวอร์พูลในศึกคอมมูนิตี้ชิลล์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเรลอย ซาเน่ก็มีชื่อเป็น11ผู้เล่นตัวจริง แต่โชคไม่ดีที่เจ้าตัวได้สัมผัสเกมในสนามเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นก็ต้องบาดเจ็บจากการโดนเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์เข้าสกัด และทำให้โดนเปลี่ยนตัวออกทันที ภายหลังจากการวินิจฉัยก็พบว่าอดีตดาวรุ่งชาลเก้มีอาการบาดเจ็บรุนแรงที่บริเวณเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า ซึ่งทางสโมสรต้นสังกัดได้เตรียมการผ่าตัดไว้เป็นที่เรียบร้อยโดยคาดว่าซาเน่น่าจะกลับมาลงสนามได้อย่างเร็วที่สุดราวเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งนั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับบาร์เยิน มิวนิคอย่างแรง

   เรลอย ซาเน่ ยกระดับความเก่งกาจมากขึ้นเป็นเท่าตัวนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพเรือใบในปี2016 พิสูจน์ผ่านผลงานการพาแมนซิตี้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกมาแล้วสองสมัย แล้วก้าวขึ้นเป็นตัวหลักของทีมชาติเยอรมันได้อย่างเต็มตัว จนทำให้นิโก้ โควัชนายใหญ่บาร์เยินมิวนิคหมายตาที่จะดึงตัวปีกวัย23กะรัตให้กลับมาโลดแล่นในบุนเดสลีก้าอีกครั้ง แม้ฝากทีมเรือใบจะตั้งค่าตัวขู่ไว้สูงลิบถึง100ล้านปอนด์แต่เสือใต้ก็ไม่คิดถอดใจ ทว่าในที่สุดพวกเค้าก็ต้องผิดหวังอยู่ดีจากข่าวร้ายเรื่องการบาดเจ็บหนักในครั้งนี้

   อย่างไรก็ดีความล้มเหลวในการดึงตัวซาเน่ก็อาจเป็นแรงผลักดันให้บาร์เยินมิวนิคหันไปโฟกัสการดึงตัวแกเร็ธ เบลตัวริมเส้นที่เป็นส่วนเกินของรีล มาดริดแทน แม้ว่าดีลนี้ก็ไม่ง่ายเช่นกันเนื่องจากค่าเหนื่อยของปีกเลือดมังกรสูงถึง600,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ แถมเอเยนต์ส่วนตัวยังเคยประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมเจรจาผ่านเงื่อนไขการยืมตัว ทว่าด้วยโอกาสลงสนามที่น้อยนิดเหลือเกินตราบเท่าที่ซีดานยังคงคุมทีมรีล มาดริดต่อไป ก็เป็นสิ่งที่บาร์เยินมิวนิคหวังใช้เป็นเครื่องต่อรองเพื่อดึงตัวเบลมาช่วยสู้ศึกลุ้นแชมป์ลีกเยอรมัน(บาร์เยินคงหวังเพียงการยืมตัวเท่านั้น)

สเคอร์เทล ลุ้นย้ายฟรีช่วยอุดเกมรับให้ทีมเทพธิดาแห่งอิตาลี่

สเคอร์เทล

   สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลคงจดจำชายคนนี้ได้เป็นอย่างดี กองหลังจอมโวยวายมาร์ติน สเคอร์เทล ซึ่งปัจจุบันพี่แกอายุอานามปาเข้าไป34ปีแล้วแต่ดูเหมือนเค้าจะยังไม่คิดที่จะแขวนสตั๊ดและเรายังอาจได้กลับมาโชว์ฝีเท้าในรายการแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง เมื่ออตาลันต้าทีมดังจากศึกกัลโช่เซเรียอาหมายตาที่จะดึงตัวปราการหลังวัยดึกรายนี้ไปใช้งาน อีกทั้งซีซั่นนี้เนรัซซูรี่(ฉายาของอตาลันต้า)ก็มีคิวที่จะต้องลงเตะยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกับเค้าเหมือนกัน

อตาลันต้าหวังพึ่งประสบการณ์ของ สเคอร์เทล ช่วยสู้ศึกUCL

   อตาลันต้าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อซีซั่นก่อน โดยทีมลายน้ำเงินดำจบอันดับสามในตารางกัลโช่เซเรียอา และยังทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศโคป้า อิตาเลียอีกต่างหาก และถึงแม้พวกเค้าจะได้เพียงรองแชมป์เนื่องจากพ่ายแพ้ต่อลาซิโอไป0-2 แต่อตาลันต้าก็ยังได้รับสิทธิที่จะไปเตะในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งถ้าว่ากันตามเนื้อผ้าพวกเค้าก็คือน้องใหม่ดีๆนี่เอง เพราะนี่จะเป็นครั้งแรกที่พวกเค้าได้ลงเตะชิงถ้วยหูใหญ่ที่สุดในยุโรป จึงทำให้จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่(กุนซืออตาลันต้า)ต้องการที่จะดึงผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงมาช่วยประคองทีม และมาร์ติน สเคอร์เทลก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะนอกจากเจ้าตัวจะเป็นผู้เล่นตัวเก๋ามากประสบการณ์แล้ว ขณะนี้สเคอร์เทลยังเป็นนักเตะพรีเอเยนต์อีกต่างหาก ซึ่งนั่นจะทำให้อตาลันต้าประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีกมากโข

   มาร์ติน สเคอร์เทลเพิ่งจะหมดสัญญากับเฟเนบาร์เช่ยอดทีมในลีกตุรกีและถูกปล่อยตัวออกมาหมาดๆ โดยสื่อดังในอิตาลี่เชื่อว่าเวลานี้มิตฮัต ฮาลิสเอเยนต์ส่วนตัวของกองหลังชาวสโลวักได้เดินมาถึงแบร์กาโม่แล้ว และกำลังเจรจาอยู่กับอตาลันต้าถึงความเป็นไปได้ในการเซ็นสัญญา ข่าววงในแดนมักกะโรนียืนยันว่าสเคอร์เทลก็สนใจที่จะเก็บประสบการณ์เพิ่มในลีกอิตาลี่เช่นกัน แม้ก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะเคยมีประสบการณ์ค้าแข้งในลีกต่างๆมาแล้วมากมาย อาทิ รัสเซีย,อังกฤษและตุรกี อย่างไรก็ดีหากอตาลันต้าต้องการให้การเซ็นสัญญาในครั้งนี้ราบรื่น ก็คงจะต้องแสดงจุดยืนกับนักเตะให้ชัดเจน นั่นเพราะเมื่อช่วงเดือนมกราคาที่ผ่านมา กองหลังทีมชาติสโลวาเนียเพิ่งจะบอกปัดโอกาสที่จะได้ร่วมทีมดังอย่างบาร์เซโลน่าด้วยการให้เหตุผลว่าเค้าไม่พร้อมที่ย้ายทีมเพื่อไปเป็นตัวสำรองในสเปน

มุ้ย สำรอง ปาทริค เบิ้ล ซานเฟรซเซ่ แซงดับ คาชิม่า 3-1

ศึกฟุตบอลเจลีกวัน ประเทศญี่ปุ่น นัดที่ 25 ประจำวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561 ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ทีมจ่าฝูงของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ทีมอันดับ 7 ของตาราง โดยในเกมนี้ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ได้ ปาทริค หัวหอกดาวซัลโวทำคนเดียว 2 ประตู พาเจ้าบ้านแซงเอาชนะ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ไป 3-1 สำหรับ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกทีมชาติไทย ได้ลงสนามเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังช่วง 20 นาทีสุดท้ายก่อนจบเกม

ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า เกมล่าสุดในลีกบุกไปชนะ เซเรโซ่ โอซาก้า 1-0 ทำให้ชนะ 16 เสมอ 4 แพ้ 4 เกมนี้ กุนซือฮิโรชิ โจฟุกุ ยังคงไว้วางใจให้ ปาทริค หัวหอกแซมบ้ายืนคู่กับ ไดกิ วาตาริ ส่วน ทีมเยือน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส เกมล่าสุดเปิดรังเสมอกับ จูบิโล่ อิวาตะ 1-1 ทำผลงาน 24 นัดปีนี้ ชนะ 10 เสมอ 6 แพ้ 8 เกมนี้กุนซือโก โออิวะ จัดคู่กองหน้า ยูมะ ซูซูกิ ลงทำเกมร่วมกับ แซร์จินโญ่ หัวหอกชาวแซมบ้า

ไฮไลท์การแข่งขัน ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า & คาชิม่า แอนท์เลอร์ส

เกมในนัดนี้เป็นทางฝั่งทีมเยือนที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 15 จากจังหวะโต้กลับ แซร์จินโญ่ กระชากบอลจากกลางสนามหลุดยาวขึ้นไปทางฝั่งเจ้าบ้านก่อนจะไหลออกซ้ายให้ ยูมะ ซูซูกิ ที่ตบกลับเข้ากลางกลับมาให้ แซร์จินโญ่ หัวหอกบราซิเลี่ยนแถวๆจุดโทษแปด้วยขวาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ขึ้นนำไปก่อน 0-1

จากนั้นซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่าก็พยายามบุกอย่างหนักเพื่อหวังเอาประตูตีเสมอและก็ประสบความสำเร็จในที่สุดในนาทีที่ 29 จากลูกฟรีคิกที่ระยะประมาณ 40 หลาเยื้องไปทางขวา โคเซอิ ชิบาซากิ เปิดบอลไปลงหัวของ ปาทริค พอดิบพอดีได้โขกเบียดเสาเข้าไปตุงตาข่าย ถือเป็นประตูที่ 18 ของเขาในเจลีกในซีซั่นนี้ ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า ตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1

ช่วงท้ายครึ่งแรกเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูแสงขึ้นนำเป็น 2-1 ในนาทีที่ 43 จากความผิดพลาดของ ควอน ซัน แท มือประตูของทีมเยือนที่จะออกมาชกบอลแต่พลาดโดนบอลไม่ค่อยจะดีนัก บอลหล่นไปเข้าทาง โช ซาซากิ แบ็คซ้ายเจ้าถิ่นซ้ำเข้าไปไม่พลาด จบครึ่งแรก ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า นำ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส 2-1

เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 5 นาทีเจ้าถิ่นก็มาได้ลูกที่ 3 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ไดกิ วาตาริ จ่ายบอลไปที่ ปาทริค ก่อนที่กองหน้าดีกรีดาวซัลโวจะแตะบอลยาวขึ้นหน้าสปีดแซง โทโมยะ อินูไก หลังของคาชิม่า แอนท์เลอร์สหลุดเดี่ยวไปซัดตูมเต็มตาข่ายโดยที่ ควอน ซัน แท ที่หมดสิทธิ์เซฟได้ทัน เจ้าถิ่นนำห่าง 3-1

เกมเข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้ายคาชิม่า แอนท์เลอร์สได้ถอดไดกิ วาตาริ ออกและส่ง “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ลงมาเล่นในสนามแทน แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมบวกประตูเพิ่มได้ ทำให้จบเกม ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า เปิดบ้านเอาชนะ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ไป 3-1 นำเป็นจ่าฝูงทิ้งห่างอันดับสองของตารางอยู่ 9 แต้ม โอกาสในการคว่าแชมป์ลีกอยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น

 

ซัปโปโร เปิดรังขยี้ โกเบ 3-1 อุ้ม สำรอง เจ พา

เกมเจลีกวัน ประเทศญี่ปุ่น นัดที่ 25 ประจำวันเสาร์ที่ 1 กันยายน 2561 เป็นการพบกันระหว่าง คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทีมอันดับ 4 มี 38 แต้ม เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจากวิสเซล โกเบ อันดับ 5 ที่มี 36 แต้ม ซึ่งในเกมนี้ซัปโปโรได้  เจ  ชนาธิป สรงกระสินธ์ พี่พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในเกมนี้ สำหรับผลการแข่งขันในคู่นี้เป็น คอนซาโดเล่ซัปโปโร ที่เป็นฝ่ายเอาชนะวิสเซล โกเบ ที่นำทีมมาโดย 2 แข้งดีกรีแชมป์โลกอย่าง อิเนียสต้า และ โพโดลสกี้ ไป 3-1 ซึ่งในเกมนี้ โพลดี้ โดนใบแดงไล่ออกจากสนามตั้งแต่ท้ายครึ่งแรก ส่วนเจ้าอุ้ม ธีราทร บุญมาทัน ถูกส่งลงสนามในช่วงครึ่งหลัง

ซัปโปโร จัดทัพเต็มสูบ ส่วนโกเบนำโดย อิเนียสต้า

เกมนี้ มิไฮโล เปโตรวิช กุนซือของทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร จัดทัพเต็มสูบโดยส่ง  เคน โทคูระ ลงไปประสานเกมรุกร่วมกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่เพิ่งพ้นโทษแบนกลับมา ส่วน เจย์ โบธรอยด์ เจ็บพลาดลงสนามในเกมนัดนี้ ส่วนทางด้านทีมเยือนก็จัดชุดใหญ่ไฟกระพริบไม่แพ้กันโดยการส่ง 2 แข้งระดับโลกอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า และ ลูคัส โพโดลสกี ลงสนามอย่างครบครัน ส่วน ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายทีมชาติไทยถูกดร็อปไปเป็นตัวสำรองในเกมนี้

ไฮไลท์เกมกมการแข่งขัน คอนซาโดเล่ ซัปโปโร & วิสเซล โกเบ

เริ่มเกมเจ้าบ้านเปิดเกมรุกไส่ทันทีและเกือบจะได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 9 จากลูกเตะมุม อคิโตะ ฟูกูโมริ เปิดบอลไปเสาแรกให้ โยชิอากิ โคมาอิ โขกเน้นๆ แต่ คิม ซอง กิว ประตูของ โกเบ ยังปัดออกหลังได้ทัน

แต่หลังจากนั้นเพียง 2 นาที ในนาทีที่ 11 แฟนเจ้าถิ่นก็ได้ยินเสียงเมื่อ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ โยชิอากิ โคมาอิ เปิดบอลเข้าเขตโทษให้ ไดกิ ซูงะ สอดมาโหม่งบอลเสียบเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสวยงาม จากนั้นเจ้าถิ่นก็ไม่ปล่อยโอกาสให้ทีมเยือนตั้งตัวได้

เวลาที่เหลือในครึ่งแรกยังคงเป็น ซัปโปโร ที่ได้ทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งช่วงทดเจ็บท้ายครึ่งแรกวิสเซล โกเบที่ยังคงตามหลังซัปโปโรอยู่ 0-1 ก็ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ ลูคัส โพโดลสกี ไปเสียบใส่ คาซูกิ ฟูคาอิ ดาวเตะเจ้าบ้านโดนใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนามไป จบเกมครึ่งเวลาแรกเป็นเจ้าถิ่นที่ขึ้นนำไปก่อน 1-0

เริ่มครึ่งหลังไม่นาน นาทีที่ 50 ซัปโปโรมาได้ประตูที่ 2 จากจังหวะที่ อคิโตะ ฟูกูโมริ โยนบอลโด่งเข้าเขตโทษให้ เคน โทกุระ กระโดดซัดด้วยขวา เป็นประตู คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ นำห่าง 2-0

นาทีที่ 73 วิสเซล โกเบ ส่ง ธีราทร บุญมาทัน ลงสนามมาแทน ฮิโรฟูมิ วาตานาเบะ ที่โดนถอดออก และดูเหมือนการเปลี่ยนตัวจะเป็นผลเมื่อทีมเยือนมาได้ประตูตีไข่แตกจนได้

ในนาทีที่ 79 จากลูกเตะมุม นาโอยูกิ ฟูจิตะ เปิดบอลเข้ามาให้กับ จุน นากาซาว่า โหม่งจังหวะแรกโดนสกัดไว้ได้จากริมเส้น แต่ก็ยังไวตามมาซ้ำจังหวะสองได้สำเร็จ วิสเซล โกเบ ไล่ตามมาติดๆ 2-1

แต่ในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 83 จ้าถิ่นก็เอาประตูคืนได้สำเร็จ จากฟรีคิกที่ระยะ 25 หลา เป็น อคิโตะ ฟูกูโมริ ลักไก่ซัดเรียดทะลุกำแพงที่ยังจัดระเบียบไม่เสร็จ และประตูของ โกเบ ประมาณ ทำให้บอล เข้าประตูไป เจ้าถิ่นนำห่าง 3-1 จบเกม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เอาชนะ วิสเซล โกเบ ไป 3-1