มูรินโญ่ เผยไก่เงินไม่หนาอดคว้าแข้งระดับสตาร์ช่วงปีใหม่

มูรินโญ่

     ทันที่ที่โชเซ่ มูรินโญ่เข้ามารับงานผู้จัดการทีมสเปอร์ส แฟนบอลไก่เดือยทองต่างตั้งความหวังว่าชื่อชั้นของกุนซือชาวโปรตุเกสจะดึงดูดแข้งดังเข้ามาร่วมทีมได้ ทว่าดูเหมือนความฝันดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอนเมื่อมูรินโญ่ออกมายอมรับว่าสโมสรที่แผนการเสริมทัพอยู่แล้วทว่าคงไม่ใช่บิ๊กดีลเนื่องจากทีมไม่ได้มีงบประมาณรองรับในภารกิจนี้มากมายนัก

     มูรินโญ่เข้ามามาทำงานแทนที่เมาริซิโอ โปรเช็ตติโน่ ทำให้สเปอร์สต้องจ่ายเงินค่าชดเชยสูงถึง12.5ล้านปอนด์และเม็ดเงินที่สูญไปก็ส่งผลกระทบต่องบประมาณการเสริมทัพในช่วงเดือนมกราคมโดยตรง  “ สเปอร์สมีเป้าหมายในระดับสูง ตอนนี้ทั้งผลและนักเตะต่างทำงานกันอย่างหนัก ผมอาจมองหานักเตะใหม่ในช่วงเปิดตลาด แต่มันคงไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์ เราไม่ใช่ทีมที่จะสามารถเซ็นสัญญากับใครก็ได้ สเปอร์สมองหานักเตะที่สมเหตุสมผลทั้งในแง่ฝีเท้าและค่าตัว มันเป็นดีลที่ท้าทาย เราต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ” มูรินโญ่เผยถึงแนวทางการเสริมทัพกับสโมสรใหม่

     จากคำกล่าวที่มูรินโญ่ได้แถลงไว้ทำให้เหล่าแฟนบอลต่างจับตามองสเปอร์สมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่แล้วๆมานายใหญ่ฝีปากกล้ามักอยู่ในสถานการณ์ที่จับจ่ายซื้อนักเตะได้อย่างสบายมือ ทำให้มูรินโญ่มักได้ร่วมงานกับนักเตะที่มีความเก่งกาจแบบฉบับพร้อมใช้งานมาตลอด แต่เมื่อมารับงานใหม่กับสเปอร์สดูเหมือนว่านายใหญ่วัย56ปีจะต้องเปลี่ยนสูตรมาเป็นการซื้อนักเตะดีกรีธรรมดาเพื่อมาปั้นต่อ ซึ่งเป็นภาพที่เราแทบจะไม่เคยเห็นมูรินโญ่ปั้นนักเตะโนเนมให้ปังมาก่อนเลย

มูรินโญ่ ยอมรับชอบใจแฟนานเดสแต่คงไม่ได้ร่วมงานกันในสีเสื้อไก่

     สิ่งที่ตามมาอีกประการคือข่าวการเชื่อมโยงระหว่างสเปอร์สกับ บรูโน่ แฟนานเดซคงมีอันโมฆะไปด้วยเช่นกัน “ ผมประทับใจฝีเท้าของบรูโน่ แต่เราคงไม่ได้เซ็นสัญญากับเค้า เค้าเป็นนักเตะรับคุณภาพมันทำให้ค่าตัวของเค้าอยู่ในระดับที่สูงลิบ และเม็ดเงินระดับนั้นมันไม่สอดคล้องกับแนวทางของสเปอร์ส ” มูรินโญ่ยอมรับอย่างเสียดาย

     โดยหนึ่งในเหตุผลที่สเปอร์สยอมถอดใจกับการล่าตัวบรูโน่ แฟนานเดซเนื่องจากนักเตะเพิ่งทำการต่อสัญญากับต้นสังกัดสปอร์ติ้ง ลิสบอนออกไปเมื่อไม่นานมานี้ จนทำให้ค่าฉีกสัญญาของแฟนานเดซขยับสูงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว(เดิมค่าตัว50ล้านปอนด์แต่ ณ ตอนนี้ค่าตัวอยู่ราว80ล้านปอนด์)และบอร์ดบริหารของสเปอร์สก็ไม่สะดวกใจที่จะยื่นข้อเสนอที่แพงลิบตามที่ทีมดังจากลีกโปรตุเกสต้องการ

สเปอร์ส ลาคาราบาคัพก่อนเพื่อนแพ้ดวลโทษโคลเชสเตอร์ทีมลีกทู

สเปอร์ส

    ชักไม่สวยแล้วสำหรับผลงานของสเปอร์สที่สามเกมหลังสุดพวกเค้าไม่ชนะใครเลย เริ่มตั้งแต่เสมอโอลิมเปียกอส2-2(ศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก),แพ้เลสเตอร์1-2 (พรีเมียร์ลีก)และตามมาด้วยการเสมอโคลเชสเตอร์แบบโนสกอร์(0-0)ก่อนจะพ่ายการยิงลูกจุดโทษไป3-4(คาราบาวคัพ)จนนำพาให้สาวกไก่ชักไม่ปลื้มเสียแล้ว เนื่องจากความพ่ายแพ้เกมหลังสุดเป็นการพ่ายแพ้ให้กับทีมในระดับลีกทูซึ่งห่างกันถึงสามดิวิชั่น และเมาริซิโอ โปรเชตติโน่ก็กำลังมึนอย่างหนักกับผลงานอันตกต่ำของลูกทีม

   สเปอร์สปรับทัพหลายตำแหน่งแต่ก็ยังมีผู้เล่นที่มีชื่อชั้นอย่าง เอริต ไดเออร์,ดาวิซอน ซานเชส,ลูคัส มูร่า,เดเล่ อัลลี่ และวิคเตอร์ วัลยาม่า ซึ่งก็น่าจะดีพอที่จะเอาชนะโคลเชสเตอร์ได้สบายๆทว่าไก่เดือยทองก็ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสยิงกว่า24ครั้งตลอดเกมให้เป็นประตูได้เลย ทำให้เกมต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษกัน ซึ่งคริสเตียน เอริคเซ่น และลูคัส มูร่าที่ยิงพลาดจนทำให้ทีมจากลีกทูเอาชนะในการดวลเป้า4-3 กลายเป็นทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์ทีมแรกที่ตกรอบคาราบาวคัพในซีซั่น

โปรเชตติโน่ไบ้รับประทาน สเปอร์ส ฝืดโครตปิดเกมไม่ได้จนตกม้าตายเอง

    เมาริซิโอ โปรเชตติโน่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่าเค้าพูดไม่ออกเลยกับผลงานของลูกทีมในวันนี้ “ ผมพยายามหาคำอธิบายว่าการมีโอกาสยิงมากกว่า20กว่าครั้งแต่ไม่เป็นประตูมันมาจากอะไร ผมก็ยังหาคำตอบไม่เจอเหมือนกัน เราเคยเฉียบคมกว่านี้ เราคงต้องทบทวนเรื่องแรงกระตุ้นกันใหม่ ต้องขอยกเครดิตให้กับโคลเชสเตอร์ด้วย พวกเค้าสู้ได้ดี พวกเค้ารักษาโอกาสไว้เพื่อรอถึงการดวลจุดโทษ แล้วพวกคุณก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม เราคงต้องลืมความพ่ายแพ้ในวันนี้เพื่อกลับมาสู้ต่อในรายการอื่นๆที่เหลือ เวลาของเราในคาราบาวคัพจบไปแล้ว ”

   ซีซั่นนี้สเปอร์สได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นตัวทรอดแทรกในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ทว่าเอาเข้าจริงทัพไก่เดือยทองกลับไม่สม่ำเสมอพอ ด้วยผลงานการชนะ2เสมอ2และแพ้2 รั้งเพียงอันดับ7ของตารางเท่านั้น โดยกูรูลูกหนังต่างลงความเห็นว่าสเปอร์สจัดการเรื่องการซื้อเข้าขายออกผู้เล่นได้อย่างหละหลวมเมื่อพวกเค้าปล่อยตัวคีแรน ทริปเปียร์ออกไปทั้งที่ยังไม่มีใครแทนได้ ทำให้เกมรับฝั่งขวากลายเป็นปัญหาไป รวมไปถึงการไม่สามารถดึงผู้เล่นสตาร์เข้ามาร่วมทีมจนทำให้จอมทัพอย่างคริสเตียน เอริคเซ่นก็ส่อแววจะอำลาทีมไปอีกคน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ส่งผลโดยตรงกับความคงเส้นคงวาของสเปร์สในปีนี้