เชลซี หนาวแล้วราชันย์หมายใจดึงกองเต้ด้วยค่าตัวถึง300ล้านยูโร

เชลซี

   ด้วยผลงานของเอ็นโกโล่ กองเต้ในระยะหลังที่พัฒนาไปมากจนเรียกได้ว่าเป็นมิดฟิลด์แบบฉบับBox To Boxที่ครบเครื่องก็ทำให้ทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างให้ความสนใจที่จะคว้าตัวไปร่วมทีมกันมาโดยตลอด และมีโอกาสสูงเหลือเกินที่กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสจะย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของรีล มาดริดในช่วงซัมเมอร์หน้า(ปี2020) เนื่องจากฟรอเลนติโน่ เปเรซประธานสโมสรรีล มาดริดพร้อมที่จะเสนอเม็ดเงินถึง300ล้านยูโรให้กับเชลซีพิจารณา

   เดิมทีเอ็นโกโล่ กองเต้นั้นขึ้นชื่อลือชาในด้านการเล่นเกมรับ และความเก่งกาจในการแย่งบอลจนทำให้หลังจากคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเลสเตอร์ ซิตี้ในปี2015/16 เจ้าตัวก็ถูกสิงห์บลูดึงตัวมาใช้งานต่อ ทว่าหลังจากร่วมกับยอดกุนซืออย่างอันโตนิโอ คอนเต้ และเมาริซิโอ ซารี่ ผลที่ปรากฎคือกองเต้พัฒนาในด้านการเคลื่อนไหวหาตำแหน่ง และการเล่นเกมรุกได้ดีขึ้นมากจนกระทั่งสามารถพาเชลซีคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีกส์2018/19ได้สำเร็จ

    อนิจจาหลังจากสะสมถ้วยรางวัลบนเกาะอังกฤษมาอย่างครบถ้วนแล้ว เอ็นโกโล่ กองเต้ก็เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับชีวิตในถิ่นผู้ดี โดยสื่อดังในอิตาลี่เปิดเผยว่า มิดฟิลด์วัย28ปีได้แจ้งกับแฟรงค์ แลมพาดแล้วว่าจะขอย้ายทีมในปีหน้า ซึ่งหากเป็นไปตามนั้นก็เท่ากับเชลซีจะเสียแข้งดังไปให้รีล มาดริดถึง2รายในเวลาไล่เลี่ยกัน เนื่องจากทีมราชันย์ชุดขาวเพิ่งจะคว้าตัวเอแด็น อาร์ซามาจากสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อช่วยซัมเมอร์ที่ผ่านมา

รีลมาดริดหมายใจให้เเข้ง เชลซี เป็นห้องเครื่องแทนโมดิชที่โรยรา

    โดยซีนาดีน ซีดานเล็งเห็นแล้วว่าลูก้า โมดิชที่ปัจจุบันอายุปาเข้าไป34กะรัตนั้นเริ่มโรยราแล้ว เทรนเนอร์เลือดน้ำหอมจึงอยากให้เอ็นโกลโล่ กองเต้เค้ามารับช่วงต่อ ซึ่งตัวนักเตะเองก็ดูเหมือนจะมีใจให้ทีมราชันย์ชุดขาวด้วยเช่นกัน จนทำให้แฟรงค์ แลมพาดที่ปีนี้ติดใจแข้งดาวรุ่งก็ไม่ได้ใช้งานกองเต้มากนักเช่นกัน โดยในซีซั่นนี้กองเต้เพิ่งจะได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกไปเพียง4เกมเท่านั้น จนดูเหมือนว่าทีมสิงโตน้ำเงินครามก็ได้ปรับสภาพทีมให้รองรับการที่จะต้องเดินหน้าต่อโดยไม่มีกองเต้อยู่แล้วอย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากเชลซียอมตั้งป้ายขายกองเต้แล้วละก็ รีล มาดริดก็อาจไม่สมหวังได้ง่ายนัก เนื่องจากทีมอย่างยูเวนตุส,บาเซโลน่า และปารีส แซงต์ แชร์กแมงต่างก็อยากได้ตัวกองเต้ไปร่วมทีมเช่นกัน

ดาวิดลุยซ์ เผยไม่ได้มาปืนขำๆแต่มาเพราะทีมมีลุ้นชูถ้วยรางวัล

ดาวิดลุยซ์

   ถ้ามองกันตามหน้าเสื่อแล้วเวลานี้อาร์เซนอลดูจะเป็นทีมที่โชว์ผลงานได้น่าผิดหวังเมื่อเทียบกับการเสริมทัพเมื่อนิโกล่า เปเป้ และดานี่ เซบายอสดูจะยังไม่สามารถแจ้งเกิดในพรีเมียร์ลีกได้ ยิ่งผ่านพ้นแม็ตซ์ล่าสุดของพรีเมียร์ลีกที่ไอ้ปืนใหญ่บุกไปแพ้ทีมรองบ่อนอย่างเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดมา0-1 ก็ยิ่งทำให้มีเสียงติเตียนว่าอาร์เซนอลยังคงเป็นทีมที่ห่างไกลความสำเร็จอยู่เช่นเดิม ร้อนให้แข้งใหม่อย่างดาวิด ลุยซ์ต้องออกมาปกป้องต้นสังกัดใหม่ว่าพวกเค้ายังเป็นทีมในระดับที่จะมีถ้วยรางวัลติดมืออย่างแน่นอน

    ดาวิด ลุยซ์เลือกย้ายจากเชลซีทีมคู่ปรับร่วมเมืองมาสวมยูนิฟอร์มปืนใหญ่ในเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วนสนนราคาเพียง8ล้านปอนด์ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าเลือกตอบรับโอกาสนี้เพราะเห็นถึงรัศมีความสำเร็จของอาร์เซนอล “ พวกเรา(อาร์เซนอล)หลุดจากโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกมานาน แต่เราก็ยังเป็นทีมใหญ่ นี่คือสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ฉะนั้นอย่าเพิ่งประเมินพวกเราต่ำเกินไป ฤดูกาลยังมียาวไกลและเราก็มีอีกหลายเกมให้เล่น ใช่พวกเรายังไม่ได้อยู่ในช่วงฟอร์มที่ดี แต่เราคืออาร์เซนอล เรามีแนวทางของเรา ดูการเสริมทัพของเราคุณจะเห็นได้ว่าเราเป็นทีมที่มีความกระหายแค่ไหน ผมเลือกมาที่นี่เพราะมั่นใจจะได้สะสมถ้วยรางวัลเพิ่มเติมได้ แล้วเรามาคอยดูกันไป ” ดาวิด ลุยซ์ในวัย32กล่าวอย่างเชื่อมั่น

ปืนใหญ่ต้องเติมความมั่นใจให้เต็มถังหากอยากได้เฮ ดาวิดลุยซ์ แนะนำ

    ทันทีที่ย้ายเข้ามายังถิ่นเอมิเรตส์ ดาวิด ลุยซ์ก็กลายเป็นปราการหลังตัวหลักทันที ทว่าปัจจุบันดูเหมือนว่าดาวเตะแซมบ้าก็ยังไม่อาจช่วยปั้นแนวรับของทีมให้เหนียวแน่นขึ้นได้ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้ออกมาแย้มว่าอาร์เซนอลต้องกล้าเล่นและมีความมั่นใจมากกว่านี้ “ เรายังขาดความมั่นใจและคู่ต่อสู้ก็อ่านทางเราออก เราทำแต้มหล่นหายไปหลายคะแนน แต่อาร์เซนอลเต็มไปด้วยนักสู้เราไม่ยอมย่ำอยู่กับที่อยู่แล้ว ทีมจะกลับมาแข็งแกร่งในไม่ช้า เราต้องรักษาความมั่นใจในทุกตำแหน่ง กองหลังก็เช่นกันเราต้องแสดงให้ทีมอื่นๆเห็นว่าไม่ใช่จะมาแย่งบอลได้ง่ายๆ เราต้องเล่นเสี่ยงบ้าง และผมเองก็ต้องการพิสูจน์ตัวเองกับทีมเช่นกันว่าผมดีพอที่จะพาอาร์เซนอลไปถึงจุดนั้นได้ ”

    เมื่อถูกถามถึงสภาพร่างกายที่แฟนบอลบางกลุ่มโจมตีว่าลุยซ์ได้ผ่านจุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้งไปแล้ว กองหลังหัวฟูรีบปฏิเสธทันที “ ไม่เลย สภาพร่างกายผมตอนนี้เยี่ยมกว่าตอนอยู่ปารีสด้วยซ้ำ เมื่อผลงานอาร์เซนอลไม่ดีพวกเค้าก็มักจะเสาะหาประเด็นพูดกันไปเรื่อยแต่ผมไม่เคยเอามาใส่ใจหรอก ”   

เบิร์นลี่ย์ ระอาดริงค์วอเตอร์เมาเรื้อนโดนอันธพาลรุมสกรัมอ่วม

เบิร์นลี่ย์

   แค่เพียงเก็บแต้มเพื่อลุ้นอยู่รอดในลีกผู้ดีก็เหนื่อยยากแล้ว ทว่าเบิร์นลี่ย์ยังต้องมาตามแก้ปัญหาให้กับผู้เล่นอย่างแดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์อีกต่างหาก เมื่อกองกลางรายนี้ที่ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทในไนคลับเนื่องจากเมาแล้วไปเกาะแกะกับหญิงสาวโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ซึ่งเป็นการสร้างคดีความเป็นครั้งที่สองในรอบหกเดือนหลังจากเคยถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับมาแล้วเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

   แดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์กองกลางประวัติศาสตร์ที่พาทีมเลสเตอร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษในรอบ132ปี(ซีซั่น2015/16)ปัจจุบันยังเป็นนักเตะในกรรมสิทธิของเชลซี ทว่าด้วยการไม่อยู่ในแผนทำทีมของแฟรงค์ แลมพาดก็ส่งผลให้อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ(ติดธง3นัดเท่านั้น)ถูกเบิร์นลี่ย์ยืมตัวมาใช้งานเป็นเวลาครึ่งฤดูกาล แต่นับจนบัดนี้ดริ๊งวอเตอร์ก็ยังไม่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเลยแม้แต่เกมเดียว ทว่าแทนที่เจ้าตัวจะมุ่งมั่นเพื่อสร้างผลงานในสนามก็กลับกลายเป็นหันมาเพิ่มปัญหาใหม่ให้กับสโมสรแทน หลังจากมีภาพถ่ายดริ๊งวอเตอร์เมาสลบและบนใบหน้าเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำกระจายว่อนไปทั่วโลกไซเบอร์

ดริ๊งวอเตอร์กลาง เบิร์นลี่ย์ เมาแล้วหื่นแทะโลมสาวก่อนโดนการ์ดอัญเชิญออก

   รายงานจากเกาะอังกฤษยืนยันว่าในค่ำคืนหลังจบเกมที่เบิร์นลี่พ่ายต่อลิเวอร์พูลไป0-3 แดนนี่ ดริ๊งวอเตอร์ผู้ซึ่งใช้เวลาจับเจ่าอยู่ข้างสนามก็รู้สึกเก็บกดจนต้องออกไปตระเวนราตรี และภายหลังจากดื่มจนไร้สติเจ้าตัวก็ได้ก่อเรื่องก่อราวจนโดนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเชิญตัวออก และภายหลังจากผับนี่เองที่กองกลางวัย29ปีโดนอันธพาลกลุ่มใหญ่รุมทำร้ายจนสะบักสะบอม โดยวงในแฉว่าดริ๊งวอเตอร์ได้พยายามเกี้ยวสาวซึ่งเธอมีแฟนแล้ว จนเป็นเหตุให้เกิดการเขม่นกันจนมีการลงไม้ลงมือกันในที่สุด

   หลังเกิดเหตุดริ๊งวอเตอร์ก็สลบไม่ได้สติพร้อมแผลบวมปูดบริเวณใบหน้า ซึ่งก็มีพลเมืองดี(ว่ากันว่าเป็นเพื่อนในทีมเบิร์นลี่ย์นี่แหล่ะ)ได้พาเจ้าตัวขึ้นรถแท็กซี่กลับไป ทว่ายังไงซะเรื่องก็ยังคงแดงอยู่เมื่อมีมือดีนำภาพที่ดริ๊งวอเตอร์นอนสลบพร้อมแผลฟกช้ำบริเวณใบหน้าส่งต่อในโลกโซเชียล จะมีโอกาสสูงมากที่ฌอน ไดซ์จะส่งตัวผู้เล่นคืนกลับไปให้เชลซีก่อนหมดสัญญา เนื่องจากเป็นพฤติกรรมเสื่อมเสียที่แม้จะเพิ่งเกิดกับเบิร์นลี่เป็นหนแรก แต่เจ้าตัวก็เคยโดนลงโทษห้ามขับรถมาแล้วเนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าเมาแล้วขับจนประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนในเมืองผู้ดีมาแล้ว

อาร์เซนอล เจอคนที่ใช่แล้วดาวิดลุยซ์ผู้ที่จะนำปืนใหญ่กลับไปUCL

อาร์เซนอล

   แม้จะเคยสวมสุดเชลซีมาก่อน ทว่าดาวิด ลุยซ์ก็ยังโยกมาเป็นสมาชิกใหม่ของอาร์เซนอลคู่ปรับร่วมเมืองลอนดอนอย่างหน้าตาเฉย ทั้งยังได้ประเดิมสนามเป็นครั้งแรกในถิ่นเอมิเรตส์ไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการนำปืนใหญ่เฉือนชนะเบิร์นลี่ย์ไป2-1ผงาดขึ้นเป็นรองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอย่างน่าชื่นชม ทำให้นักวิเคราะห์บอลทั้งหลายต่างฟันธงว่าบางทีไฮไลต์การเสริมทัพของอาร์เซนอลในปีนี้อาจไม่ใช่เพียงนิโกล่า เปเป้ แต่เป็นการมาของดาวิด ลุยซ์มากกว่า เพราะอูไน เอเมรี่เน้นการทำทีมด้วยการครองบอลและต่อบอลเป็นหลัก ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับกองหลังหัวฟู(ดาวิด ลุยซ์)

   ดาวิด ลุยซ์มีสถิติที่น่าสนใจในเกมเปิดตัวกับอาร์เซนอล ด้วยสถิติการผ่านบอลตลอดเกมกว่า61% รวมถึงการวางบอลยาวให้เพื่อนเล่นต่อถึง3ครั้ง ซึ่งสถิติการจ่ายบอลระดับนี้ไม่ใช่ผู้เล่นในแนวรับใครๆก็ทำได้ ฉะนั้นเกมการเล่นของอาร์เซนอลจะสามารถเปลี่ยนรับเป็นรุกได้รวดเร็วขึ้นทันทีหากมีดาวิด ลุยซ์ในสนาม จุดนี้เองที่อูไน เอเมรี่ดวงดีเหมือนถูกล็อตตารี่เมื่อเชลซียอมปล่อยตัวกองหลังที่เล่นกับบอลได้ฉมังขนาดนี้มาให้ใช้งานด้วยค่าตัวเพียง8ล้านปอนด์ จนกูรูลูกหนังหลายคนระบุตรงกันว่านี่เป็นดีลที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ที่จริงแล้วเป็นการซื้อขายที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดในรอบหลายปีของปืนใหญ่

ดาวิดลุยซ์นักเตะป้ายเเดงของ อาร์เซนอล รับความเห็นไม่ลงรอยกับแลมพ์เป็นเหตุอำลาสิงห์บลู

  เชลซีถูกแบนการซื้อเข้านักเตะทำให้ซีซั่นนี้พวกเค้าทำได้เพียงรักษาแข้งที่เหลืออยู่เอาไว้ช่วยทีมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทว่าไปๆมาๆพวกเค้ากลับปล่อยตัวกองหลังอย่างดาวิด ลุยซ์ให้กับอาร์เซนอลอย่างสุดช็อก ทั้งที่แนวรับวัย32กะรัตเพิ่งจะขยายสัญญากับสิงห์บลูไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา “ มีการพูดคุยกันระหว่างผมและแลมพาร์ด เขาบอกผมถึงแนวทางที่เค้าทำทีม และดูเหมือนว่าผมจะไม่สอดคล้องกับแผนงานของเค้า ระหว่างนั้นก็มีความสนใจจากอาร์เซนอล ผมจึงได้ย้ายมาที่นี่ ” นอกจากนี้อดีตปราการหลังทีมชาติบราซิลยังยกย่องทีมปืนใหญ่อย่างออกนอกหน้า “ อาร์เซนอลเป็นที่เน้นการเคลื่อนไหว และจ่ายบอล ซึ่งตรงใจกับผมอยู่แล้ว ฉะนั้นการตอบรับโอกาสกับอาร์เซนอลนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของผมเช่นกัน มันเป็นความท้าทายครั้งใหม่สำหรับผมแม้ผมจะได้อยู่ในลอนดอนต่อไปก็ตาม ”