ปีศาจเเดง ไว้ลายจ่ายตังค์พนักงานต่อแม้พรีเมียร์ลีกไม่มีคิวลงเตะ

ปีศาจเเดง

    ท่ามกลางความกังขาว่าพรีเมียร์ลีกจะกลับมาลงเตะกันต่อในโปรแกรมที่เหลือได้หรือไม่ หลังจากเอฟเอประกาศหยุดทำการแข่งขันฟุตบอลในทุกดิวิชั่นออกไปก่อนเพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แน่นอนว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ประจำสโมสรก็พลอยต้องหยุดงานกันไปด้วยเพื่อกักตัวเพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อ แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทีมที่แสดงสปริริตด้วยการประกาศล่วงหน้าว่าจะขอจ่ายค่าจ้างให้พนักงานที่เกี่ยวข้องตามเดิมแม้จะอยู่ในช่วงที่หยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดวิสัยก็ตาม

    “ เรารับทราบถึงสถานการณ์อันน่าเป็นห่วงของความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนทุกคน แน่นอนสโมสรหมายถึงเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วย เราจึงอยากยืนยันว่าพวกเค้าจะได้รับค่าตอบแทนตามเดิมแม้จะอยู่ในช่วงที่สโมสรปิดทำการในหลายส่วนก็ตาม เราเชื่อมั่นว่ามันจะผ่านพ้นไปในไม่ช้า และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนควรได้รับความมั่นใจว่าพวกเค้าจะไม่ได้ต่อสู้กับโรคร้ายนี้อย่างเดียวดาย ”

    “ ไม่ว่าพรีเมียร์ลีกจะกลับมาเตะได้หรือไม่ก็ตามพวกเค้าจะได้รับค่าตอบแทนตามกฎหมาย สโมสรเองยังต้องการความร่วมแรงร่วมใจในส่วนงานด้านอื่นๆอีกมากหากทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ และพวกเค้าทุกคนก็เป็นบุคลากรที่เราให้ความสำคัญ ” เอ็ด วู้ดเวิร์ดรองประธานฝ่ายบริการของปีศาจแดงแถลงการณ์

เผย ปีศาจเเดง แบกทีมงานกว่า3,000ชีวิตรายจ่ายทะลุล้านปอนด์

    แมนยูฯจัดว่าเป็นสโมสรใหญ่ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงมาก พวกเค้าจึงต้องมีเจ้าหน้าที่ในหลายส่วนที่อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันในสนามโดยตรง อาทิ เจ้าหน้าที่ประจำร้านจำหน่ายของที่ระลึก,เจ้าหน้าที่แนะนำสโมสรสำหรับนักท่องเที่ยว หรือเจ้าหน้าที่ดูแลสนาม ซึ่งรวมแล้วพวกเค้ามีพนักงานรวมกันมากกว่า3,000คน

    ซึ่งแน่นอนว่าในสถานการณ์ปัจจุบันพวกเค้าก็ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติแต่สโมสรเองก็ยังยืนกรานว่าทุกส่วนงานจะได้รับค่าจ้างตามสัญญาเดิมซึ่งมีการเปิดเผยว่าแมนยูฯนั้นยอมแบกค่าใช้ในส่วนนี้รวมกันเป็นมูลค่าเกินกว่า1ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างสปริริตอันแข็งแกร่งให้กับทีมงานเป็นอย่างมาก

    สื่ออังกฤษได้คาดการณ์ไปว่าพรีเมียร์ลีกน่าจะยังไม่พร้อมที่จะกลับมาลงเตะตามกำหนดเดิมได้แน่ เนื่องจากในเวลานี้สถานการณ์การแพร่ระดับของเชื้อไวรัสโควิด-19กำลังรุนแรงมากโดยเฉพาะในอิตาลี่ และสเปน จนทำให้ทางยูฟ่าเองถึงกลับถอยการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปออกไปเป็นปีหน้า(เดิมจะแข่งกันในเดือนมิ.ย.นี้) จึงเชื่อว่าเอฟเอน่าจะรอให้สถานการณ์โรคระบาดนี้ได้คลี่คลายลงก่อน และเลื่อนกำหนดกลับมาแข่งขันพรีเมียร์ลีกกันต่อเป็นช่วงเดือนพฤษภาคมเสียมากกว่า

เดอปาย อาจคัมแบ๊คกับเเมนยูหลังกลับมาแจ้งเกิดกับโอลิมปิคลียง

เดอปาย

    ครั้งหนึ่งเมฟิส เดอปายเคยเป็นสมาชิกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทว่าในครั้งนั้นปีกชาวดัตซ์อายุยังน้อยอีกทั้งทีมปีศาจแดงสถานการณ์ในสโมสรก็ยังไม่นิ่ง(เปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นว่าเล่น)จึงทำให้เดอปายไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมได้ และถูกปล่อยตัวให้กับโอลิมปิค ลียงในปี2017 ทว่าหลังจากปรับตัวกับชีวิตในฝรั่งเศสได้ เดอปายก็กลับมาโชว์ลีลาได้อย่างประทับใจอีกครั้งโดยนับจนถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ลียงไปแล้ว130นัดยิงได้50ประตูและทำทางให้เพื่อนอีกถึง42แอสซิสต์

    ด้วยผลงานอันบรรเจิดก็ทำให้เมฟิส เดอปายกลายเป็นที่หมายปองของทีมดังในอังกฤษอีกครั้ง โดยมีสเปอร์สเป็นทีมที่แสดงความสนใจในตัวนักเตะมาก่อนใครเพื่อนแต่ทว่าทางลียงก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าแมนยูฯมีโอกาสที่จะได้ตัวเดอปายกลับไปมากกว่า “ เรายังไม่ได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับเมฟิส แต่เรายืนยันว่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะเป็นทีมแรกที่ได้สิทธในการเจรจาก่อนทีมอื่นๆ ซึ่งมันเป็นรายละเอียดที่เราตกลงกันตั้งแต่ตอนเซ็นสัญญาแล้ว ” จูนินโญ่ แบร์นัมบูกาโน่ผู้อำนวยการกีฬาของลียงให้การยืนยัน

คูมันน์เสี้ยม เดอปาย ย้ายซบทีมใหญ่เพื่อยกระดับการเล่นทีมชาติ

    ด้านโรนัล คูมันน์ผู้กุมบังเหียนทีมชาติฮอลแลนด์ก็ออกมาสนับสนุนให้เดอปายมองหาโอกาสที่จะไปเล่นทีมระดับบิ๊กเนม เพื่อยกระดับฝีเท้า เนื่องจากลีกฝรั่งเศสยังมีความแข็งแกร่งเป็นรองลีกอื่นๆอยู่มาก “ เมฟิสเป็นคนสำคัญของลียง เค้าเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม บางครั้งเค้าได้สวมปลอกแขนด้วยซ้ำ แต่หากวันหนึ่งมีข้อเสนอดีๆเข้ามาผมคิดว่าเค้าควรพิจารณามันให้ดี ด้วยความเคารพที่มีต่อลียงและสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส  แต่ลีกเอิงมีความเข้มข้นยังเป็นรองกับลีกอื่นๆไม่ว่าจะเป็นสเปน,อังกฤษ หรือแม้กระทั่งเยอรมัน ”

    “ การย้ายออกไปเล่นที่อื่นจะช่วยให้เมฟิสยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เค้าอาจมีโอกาสได้สัมผัสถ้วยรางวัลที่มากขึ้น นั่นคือสิ่งที่เค้าสมควรได้รับ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นทีมชาติฮอลแลนด์ก็จะได้ประโยชน์ไปด้วย ”

     เมื่อถูกถามว่าหากเดอปายยังปักหลังอยู่กับลียงต่อไปเค้าจะยังคงเป็นตัวหลักในทัพกังหันหรือไม่? คูมันน์ก็ยืนยันทันที “ แน่นอน ต่อให้เค้ายังเล่นในฝรั่งเศสเมฟิสก็ยังคงเป็นกำลังสำคัญของเราต่อไป อย่างที่บอกผมให้เกียรติลียงเสมอพวกเค้าเป็นทีมที่ได้ไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างสม่ำเสมอ นั่นเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเค้าเป็นที่ระดับแนวหน้าของประเทศฝรั่งเศส ”

วิดิช จูเนียร์แจ้งเกิดแล้วหลังเข้าแคมป์ฝีกซ้อมเรดสตาร์เบลเกรด

วิดิช

     หลังจากที่แฟนบอลทั้งหลายต่างรู้ถึงศักยภาพของเนมานย่า วิดิชอดีตกองหลังตัวเก่งของแมนยูฯกันมาแล้ว นับจากนี้ไปอีกไม่นานเราอาจจะได้เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเค้าก้าวขึ้นมาโลดแลดบนยอดหญ้าบ้างก็ได้ เมื่อลูก้า วิดิชได้รับโอกาสที่จะเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับทีมเรดสตาร์ เบลเกรด ซึ่งสโมสรแห่งนี้ก็คือสโมสรแรกที่ให้โอกาสวิดิชผู้พ่อได้ลงสนามเป็นครั้งแรกอีกต่างหาก

     ลูก้า วิดิชปัจจุบันอายุได้เพียง13ปีนั้นได้รับการบ่มฝีเท้าจากอะคาเดมี่ของอินเตอร์ มิลาน ทว่าเจ้าตัวยังได้รับการคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษ(พร้อมกับนักเตะเยาวชนรัสเซียอีก5คน)ให้มาเข้าคอร์สฝึกซ้อมกับเรดสตาร์ เบลเกรดราวสองสัปดาห์ ซึ่งสร้างความปิติยินดีให้วิดิชคนพ่อเป็นอย่างมาก เนื่อกจากเรดสตาร์ เบลเกรดเป็นทีมชั้นนำของเซอร์เบีย และยังเป็นทีมเก่าที่เคยขัดเกลาฝีเท้าให้กับอดีตกองหลังอินเตอร์อีกต่างหาก และมีความเป็นไปได้ไม่น้อยเช่นกันที่ซักวันลูก้า วิดิชอาจจะได้ลงประเดิมสนามกับเรดสตาร์ เบลเกรด เนื่องจากเซอร์ดาน บูกาลสกี้โค้ชของเบลเกรดก็ดูจะติดอกติดใจฝีเท้าของวิดิชผู้ลูกเป็นอันมาก

วิดิช ไม่กดดันหวังเพียงเห็นลูกสนุกกับเกมฟุตบอลเหนือสิ่งอื่นใด

      เนมานย่า วิดิชที่ใช้ชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพมาอย่างโชกโชนได้บอกเล่ากับนักข่าวว่าเค้าคิดจะกดดันลูกชายให้เดินตามเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพแต่หวังเพียงให้ลูกน้อยได้สนุกกับเกมลูกหนังเท่านั้น “ ลูก้าอายุยังน้อย เค้าเป็นเด็กฉลาด ที่สำคัญคือเค้าจะร่าเริงเป็นพิเศษยามอยู่ในสนาม มันเป็นภาพที่ผมประทับใจเหลือเกิน เค้าเล่นมันด้วยความสนุกและผมไม่คิดจะผลักดันให้เค้าต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เค้ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะเมื่อถึงจุดหนึ่งเค้าจะรู้เองว่าเค้าอยากเล่นฟุตบอลอาชีพไหม ”

      “ ผมรักการเล่นฟุตบอล การได้เห็นลูกชายเล่นฟุตบอลก็ยิ่งทำให้ผมดีใจไปด้วย แต่ผมอยากให้เค้าได้เลือกทางเดินเอง เมื่อถึงเวลานั้นไม่ว่าเค้าจะเลือกไปทางไหนผมในฐานะคนเป็นพ่อก็พร้อมที่จะสนับสนุนเค้าอย่างเต็มที่ ”  วิดิชในวัย38ปีกล่าวอย่างผ่อนคลาย

      เนมานย่า วิดิชเมื่อสมัยยังค้าแข้งเจ้าตัวเคยถูกยกให้เป็นกองหลังเบอร์ต้นๆของยุโรป โดยเฉพาะผลงานในสีเสื้อแมนยูที่ดาวเตะชาวเซอร์เบียพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง5สมัย,แชมป์ลีกคัพ1สมัย และแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีก1สมัย และยังเคยรับหน้าที่กัปตันทีมให้กับปีศาจแดงอีกด้วย

ดอร์ทมุนด์ ดุต่อเนื่องภายใต้การคุมแดนกลางของอักเซลวิตเซล

ดอร์ทมุนด์

   หลังจากโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ประเดิมอัดเสือใต้ไป2-0ในศึกเยอรมันซุปเปอร์คัพ ชัยชนะดังกล่าวก็กลายเป็นแรงหนุนให้เสือเหลืองมั่นอกมั่นใจจนฟอร์มดีต่อเนื่อง นับตั้งแต่ศึกบุนเดสลีก้าเริ่มเปิดฤดูกาลพวกเค้าชนะมาสองเกมรวดและยิงรวมกัน8ประตูจนทำให้พวกเค้ามีอันดับอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของตารางการแข่งขันฟุตบอลลีกเยอรมัน โดยภายใต้ผลงานดังกล่าวเสือเหลืองมีอักเซล วิตเซลเป็นจอมทัพในแดนกลาง และดาวเตะชาวเบลเยี่ยมก็สามารถทำทางให้เพื่อนไปได้ถึง2แอตซิสต์ด้วยกัน

วิตเซลเผยไม่เสียดายที่ปัดบิ๊กเนมซบ ดอร์ทมุนด์ หลังฟอร์มกำลังสด

   อักเซล วิตเซลย้ายกลับมาจากไชนีสซุปเปอร์ลีกเมื่อซีซั่นก่อน ท่ามกลางความสนใจของทีมชั้นนำของยุโรปไม่ว่าจะเป็นปารีส แซงต์ แชร์กแมงและแมนยู ทว่าในที่สุดมิดฟิลด์หัวฟูก็เลือกที่จะฝากอนาคตไว้กับดอร์ทมุนด์ “ ที่จริงเมื่อซัมเมอร์ปีก่อน เอเยนต์บอกกับผมว่าเปเอสเชกับแมนยูก็มีท่าทีสนใจแต่ยังไม่ได้มีข้อเสนอที่ชัดเจน ระหว่างนั้นมิชาเอล ซอร์ค(ผอ.กีฬาของเสือเหลือง)ก็ได้โทรติดต่อหาผม และลูเซียง ฟาฟร์(เทรนเนอร์เสือเหลือง)ที่โทรมาตามหลัง พวกเค้าแสดงออกอย่างจริงจังว่าอยากให้ผมมาร่วมงาน มันเป็นการแสดงออกอย่างลูกผู้ชายซึ่งผมประทับใจมาก มันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตอบตกลง ”

   “ ดอร์ทมุนด์มีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ พวกเค้าบอกกับผมว่าเป้าหมายที่พวกเค้าโฟกัสอยู่ตรงไหน และผมจะได้อยู่ตรงไหนในทีม มันสมบูรณ์แบบแล้วสำหรับผม เมื่อสโมสรบอกว่าพวกเค้าต้องการประสบความสำเร็จและคุณเป็นจะเป็นชิ้นส่วนสำคัญในเรื่องนั้น ผมรู้ได้ทันทีเลยว่าดอร์ทมุนด์นี่ละทีมที่เห็นคุณค่าในตัวผม และผมไม่จำเป็นรอคุยกับทีมไหนอีกแล้ว จากนั้นทุกอย่างไปได้สวย ทีมเราทำได้ดีในลีกแม้เราจะไม่ได้แชมป์แต่ปีนี้พวกเราจะดีกว่าเดิม และผมก็กำลังมีความสุขกับผลงานของตัวเอง ” ดาวเตะวัย30ปีกล่าวถึงความประทับในการได้เป็นผู้เล่นเสือเหลือง

   อักเซล วิตเซลเคยบอกปัดโอกาสสวมเสื้อม้าลายของยูเวนตุส เพื่อไปรับค่าเหนื่อยถึง300,000ปอนด์ต่อวีกกับเทียนจิน ฉวนเจี้ยนในลีกจีน ทว่าหลังไปเล่นแดนอาตี๋ได้เพียงไม่ครบสองซีซั่น เจ้าตัวก็เลือกกลับมาหากินในยุโรปอีกครั้ง โดยเลือกโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์เป็นที่พักพึง(ค่าตัว20ล้านยูโร) และตราบจนปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นให้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ไปแล้ว47นัดและยิงได้7ประตู กลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางที่ลูเซียง ฟาฟร์(เทรนเนอร์เสือเหลือง)ไปโดยปริยาย